Loading...

สินค้า

ด้วยนวัตกรรม Pod System ล่าสุดจาก Kardinal Stick ช่วยให้ใช้งานง่าย สวยสะดุดตา พกพาสะดวก สู่ความพึงพอใจสูงสุด

kardinal stick new flavor pod
kardinal stick new flavor pod
สั่งซื้อสินค้า หรือติดต่อสอบถามเราได้ที่ Line Official Accout

รีวิวจากผู้ใช้งาน

ส่งไวมากกกก สั่งตอนเช้า ยังไม่ถึงเที่ยงเลยได้สินค้าแล้ว

Kanit

ส่งไว แพ็คดี แอดมินให้คำแนะนำดี

Rom

ส่งเร็ว แอดมินตอบไว

เอกพงษ์

ชอบกลิ่นองุ่น หอมกว่าที่เคยใช้มา

นู๋พลอย

ซื้อตุนตอนโปรโมชั่น โคตรคุ้ม 555+

แพตตี้

เครื่องม่วงสวยกว่าในภาพอีก

Worapong

ฟิลดีค่ะ เปลี่ยนหัวง่ายด้วย

Jibjib

บทความและรีวิว

สาระน่ารู้ บทความสุขภาพ และรีวิวผลิตภัณฑ์  Kardinal Stick จากผู้ใช้งานจริง

  • เท่ดูดีได้ด้วยอุปกรณ์สายควัน Kardinal Stick เอาอยู่ทุกสไตล์

เท่ ดูดี อินเทรนด์ ด้วยอุปกรณ์สายควัน Kardinal Stick เพียงเครื่องเดียว เอาอยู่ทุกสไตล์

By |Uncategorized, บทความ|

การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนธรรมดานั้นกลายเป็นเรื่องที่เอ้าท์ไปในปัจจุบัน เพราะทำลายทั้งตนเองและคนใกล้ชิด และได้มีการผลิตอุปกรณ์สายควัน Kardinal Stick ออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

  • ไฮไลท์น้ำยาสูบอุปกรณ์สายควัน Kardinal Stick งานดีที่ห้ามพลาด

ไฮไลท์จากน้ำยาสูบ (POD) จาก Kardinal Stick งานดีที่ไม่ได้มาเล่นๆ

By |บทความ, รีวิวสินค้า|

หากเปรียบอุปกรณ์สายควันเป็นพระเอกแล้ว น้ำยาสูบ (POD) ของอุปกรณ์สายควันนั้นคงเป็นเหมือนกับพระรอง หรือไม่ก็นางเอกที่ต้องมาเป็นของคู่กัน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ สำหรับ Kadinal Stick ที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สายควันแบรนด์ชั้นนำระดับสากล การันตีจากรางวัลยอดเยี่ยมในหลายด้าน

  • Kardinal Stick Pod น้ำยากลิ่น

Kardinal Stick แนะนำเลือกน้ำยา เข้ากับสไตล์ของคุณ

By |บทความ|

นับวันผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ยิ่งเข้ามามีบทบาทแทนที่ผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมมากขึ้น เพราะด้วยหลายๆ เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเพราะภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ดูดี มีระดับ […]

  • ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ Kardinal Stick

Kardinal Stick ผลิตภัณฑ์ มาตรฐานระดับโลก

By |บทความ|

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่นั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยหลายคนที่ต้องการเลิกใช้ผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมให้ได้ถาวร ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่แทน […]

  • รีวิว 13 น้ำยา Kardinal Stick Pod

Kardinal Stick Pod Flavor รีวิวน้ำยา 13 กลิ่น

By |รีวิวสินค้า|

รีวิวน้ำยา Kardinal Stick Pod (KS-Pod) มีจุดเด่นมากเรื่องความชัดของกลิ่น มีมากมายถึง 13 กลิ่น แต่ละกลิ่นจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปสำหรับผู้ที่ชอบความเย็นสดชื่น […]

Kardinal Stick | สินค้าครบ ประกัน 1 ปี จัดส่งด่วนใน 3 ชั่วโมง

Kardinal Stick Siam คือตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Kardinal Stick รายใหญ่ของประเทศไทย การันตีของแท้ของดีมีคุณภาพ สินค้าครบ พร้อมส่งทันที มอบบริการระดับห้าดาวตลอด 24 ชั่วโมง บริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง มั่นใจด้วยรีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากที่สุด พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดในการรับประกันตัวสินค้าระยะเวลา 1 ปีเต็ม

Kardinal Stick Device

  • ระยะเวลาในการประกัน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับสินค้า
  • ครอบคลุมทุกกรณียกเว้น หาย ตกน้ำ และไฟไหม้
  • ส่งสินค้าให้ใหม่ทันทีเพียงท่านส่งเครื่องคืนทีมงาน

Kardinal Stick Pods

  • ระยะเวลาในการประกัน 1 เดือนนับจากวันที่ได้รับสินค้า
  • ครอบคลุมทุกการใช้งาน ปัญหารั่ว ปัญหาซึม ดูดไม่ขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อตัวเครื่องวันนี้ แถมฟรี 3 รายการ ได้แก่ พอตน้ำยากลิ่นคลาสสิก 1 ชิ้น และกลิ่นมินท์ 1 ชิ้น, รับประกันตัวเครื่องนาน 1 ปีเต็ม รับเคลมทุกกรณีหากเครื่องไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ (ยกเว้นกรณีตกน้ำ ไฟไหม้ และสูญหาย) และสุดท้ายแถมสายชาร์จ USB-Type C ชาร์จไฟเร็ว แบตอึดอยู่ทนตลอดวัน

พร้อมรับแต้มสะสมจากการซื้อสินค้าทุกชนิด ทั้งตัวเครื่อง 6 สี และน้ำยา Pod 10 กลิ่น โดยยอดซื้อทุก ๆ 10 บาทรับแต้มสะสม 1 แต้ม นำมาแลกของรางวัลจาก Kardinal Stick Store ได้

นอกจากนี้ยังสามารถติดตามโปรโมชัน และกิจกรรมแจก Kardinal Stick ฟรี ได้ทาง LINE Official Account คลิก!

Kardinal Stick Store เปิดรับตัวแทนจำหน่าย Kardinal Stick พร้อมมีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษา เหมาะสำหรับตัวแทนสายขยันที่ต้องการสินค้าดีมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของลูกค้า เรามีคลังสินค้าแน่นโกดังขนาดใหญ่ มั่นใจซื้อขายไม่มีสะดุด สนใจติดต่อได้ทาง LINE Official Account คลิก!

ทางเราบรรจุหีบห่อมิดชิด ไม่ระบุสินค้าข้างใน สั่งซื้อได้มั่นใจ ไร้กังวล

Kardinal Stick Store มีบริการส่งแมสเซนเจอร์ LINE Man สำหรับลูกค้าในเขตกทม. ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับลูกค้าต่างจังหวัดมีบริการส่งผ่าน Kerry ส่งไวทันใจแน่นอน

ตัวเครื่องมีการรับประกันนาน 1 ปีเต็ม หากเกิดปัญหาใช้งานไม่ได้ รั่ว ซึม ดูดไม่ขึ้น สามารถส่งเคลมเครื่องใหม่ โดยแจ้งแอดมินและผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลให้คุณอุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุ อาทิ ตกน้ำ ไฟไหม้)

สำหรับผู้ใช้งานใหม่ ในชุด Starter Set ซึ่งบรรจุในกล่องสวยหรู สามารถมอบเป็นของฝากของขวัญแบบพรีเมียมได้ จะประกอบด้วย Device (ตัวเครื่อง) Pod (น้ำยา) 2 รสชาติ สายชาร์จ Type-C อย่างดีอีก 1 เส้น ครบครันไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่มแล้ว ไม่ต้องตุนอะไหล่ไว้คอยเปลี่ยน และสามารถเลือกเพิ่มน้ำยากลิ่นโปรดได้ตามใจชอบ

Device หรือตัวเครื่องของ Kardinal Stick มีสีสัน 6 สไตล์ให้เลือกใช้งาน โดยเน้นโทนสีที่เรียบหรู ดูแพง เข้ากับบุคลิก ไม่ว่าจะเน้นความสุขุม หรือสวยวิบวับ ตั้งแต่สีดำ Jet Black, สีม่วง Royal Purple, สีทอง Texus Glow, สีเงิน Space Grey, สีทองชมพู Pink Gold, สีเขียว Hide & Seek Green

Pod สำหรับ Kardinal Stick มีให้เลือกถึง 10 กลิ่น และยังมีระดับของนิโคติน รวมถึงระดับของความเย็นให้เลือกตั้งแต่ระดับ 1 ถึงระดับ 5 สามารถเลือกได้ตามความต้องการของผู้ใช้

สำหรับกลิ่นที่ขายดีได้แก่ กลิ่นแตงโม กลิ่นองุ่น และกลิ่นเลมอน

Pod คือหัวบรรจุน้ำยาที่ใช้ร่วมกับ Kardinal Stick มีความจุสูง ใช้ได้นาน และสามารถส่งผ่านน้ำยาเข้าไปสู่ตัวเครื่องได้ดีกว่ารุ่นเดิม ๆ เมื่อใช้น้ำยาหมดถอดเปลี่ยนใหม่ใช้ต่อเนื่องได้ทันที ไม่ต้องเติมน้ำยา ไม่ต้องเปลี่ยนสำลี และถูกสุขอนามัย ลดการเกิดเชื้อโรคสะสม

เทคโนโลยีของ Kardinal Stick พัฒนาเป็นรุ่นล่าสุด วัสดุคุณภาพเกรดเครื่องมือแพทย์ และไม่ต้องดูแลเปลี่ยนอะไหล่ให้วุ่นวาย ไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิกตามมา ด้วยระบบ Pod ที่แค่เปลี่ยนอันใหม่ก็ใช้ได้ต่อเนื่องทันที

ผลิตภัณฑ์ของ Kardinal Stick เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ออกแบบเพื่อผู้ใช้ โดยมีจุดเด่นหลายด้าน ได้แก่

1. ฟีลสูบดี ฟีลแน่น กลิ่นชัดเจน
2. ดีไซน์สวยงาม วัสดุเกรดพรีเมียม ระดับอุปกรณ์การแพทย์
3. พกพาสะดวก ไม่ต้องดูแลมาก
4. แบตเตอรีอึดทน ใช้ได้นานทั้งวัน
5. สายชาร์จอย่างดี แบบ Type-C มาตรฐานสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด

Kardinal Stick ปรับแก้ปัญหาจากรุ่นเก่า ๆ โดยใช้น้ำยา Pod แบบ Salt Nicotin เปลี่ยนเทคนิคจาก Direct เป็นแบบ Mouth เพื่อลดอาการกระแทกคอ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ แต่ฟีลแน่น กลิ่นรสชัดเจน นิโคตินถึงใจ ความเย็นจัดเต็ม (สำหรับน้ำยาแบบเย็น) นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกน้ำยา Pod ให้มากถึง 10 แบบด้วยกัน

ผู้ใช้กว่า 90% พึงพอใจในคุณภาพและดีไซน์ของ Kardinal Stick ผลลัพธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ยังช่วยลดปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว และมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว จากการลงทุนซื้อเครื่องเพียงครั้งเดียว เพราะมีความทนทาน ใช้ระบบแบตเตอรี่แบบชาร์จ ไม่เปลืองถ่าน และน้ำยา Pod ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า ไร้ปัญหาหรือค่าใช้จ่ายจุกจิก

Kardinal Stick ช่วยให้ไม่มีกลิ่นและควันติดตัว ไม่ติดเสื้อผ้า หรือภายในห้องโดยสารรถยนต์ บอกลาปัญหารบกวน ใกล้ชิดกับคนรอบข้างได้มากขึ้น

จากการที่ควันไม่มีสารประกอบ รวมทั้งสารก่อมะเร็งที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ ทำให้อันตรายจากควันมือสองลดลง ผลกระทบต่อสุขภาพของคนรอบข้างลดน้อยลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยใช้งาน

อันตรายจากควันมือสอง

ควันมือสองแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

• ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ มีอันตรายจากสารประกอบหลายพันชนิด

• ควันที่เกิดจากลมหายใจของผู้ที่สูบ (หรือเรียกกันว่าควันสีขาว) ใครจะเชื่อว่าควันประเภทนี้อันตรายยิ่งกว่าผู้สูบเอง 5-10 เท่าเลยทีเดียว เพราะมีความเข้มข้นของสารพิษมากกว่า

แน่นอนว่าควันทั้ง 2 ประเภทมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อื่น ตั้งแต่กลุ่มอาการทั่วไปไม่รุนแรงอย่างเช่น ระคายเคืองตา, ปวดศีรษะ, คัดจมูก, น้ำมูกไหล ไปจนถึงอวัยวะภายใน อาทิ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท ระบบความจำ เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจล้มเหลว และยิ่งควรระวังโดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ในเด็กซึ่งมีภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่เท่าผู้ใหญ่ และมีอัตราการหายใจที่เร็วกว่า อาจมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป และสตรีมีครรภ์ซึ่งอาจเกิดภาวะแท้งบุตร, คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักทารกแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ หรือครรภ์เป็นพิษ

อันตรายจากควันมือสาม

ควันมือสาม หมายถึง สารพิษตกค้าง ที่เกิดจากบริเวณที่มีผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม อาทิ ผิวหนัง เส้นผม ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน ภายในรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งการสูบ 1 มวนในเวลาไม่กี่นาทีนั้น อาจก่อให้เกิดการตกค้างได้นานอย่างน้อย 6 เดือน และการที่สัมผัสผู้อื่นหลังสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แม้จะนานกว่าสิบชั่วโมงแล้วก็ยังมีโอกาสส่งต่อสารพิษเข้าทางจมูกและผิวหนังของผุ้อื่นได้

เนื่องจาก Kardinal Stick ไม่ใช้การเผาไหม้เพื่อให้เกิดควัน จึงทำให้ไม่ต้องรับสารอันตราย หรือสารก่อมะเร็งอันเกิดจากกระบวนการเผาไหม้เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเมื่อเทียบกับการสูบปกติที่จะมีสารประกอบจากการเผาไหม้สูงถึง 7,000 กว่าชนิด และถูกระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็งแน่นอน 70 กว่าตัว เช่นหนึ่งในนั้นได้แก่ ทาร์ (Tar) ที่เรารู้จักกันดี จึงกล่าวได้ว่าในข้อนี้ การใช้ Kardinal Stick ปลอดภัยกว่า 95%

จากผลวิจัยของประเทศอังกฤษเผยว่า ผู้ใช้ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการใช้ Kardinal Stick ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ตัวยารักษาเกือบสองเท่า โดยสัดส่วนผู้ใช้ Kardinal Stick เลิกได้ 18% และผู้ใช้ยารักษา เลิกได้ 9.9% ในกลุ่มตัวอย่างที่เข้าอบรมปรับพฤติกรรมเป็นระยะเวลา 3 เดือนเพราะการใช้ Kardinal Stick เป็นการทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว จนเข้าสู่ภาวะหนึ่งที่เรียกว่า Smoking Craving ที่จะส่งผลให้ความอยากนิโคตินลดลง นำไปสู่การเลิกได้อย่างถาวร

เพราะ Kardinal Stick คือตัวช่วยให้ผู้ใช้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ลดกลิ่น ลดควัน ลดอันตราย ลดสารก่อมะเร็งที่จะเข้าสู่ร่างกาย ปรับตัวให้เลิกสูบได้ง่ายด้วยเทคโนโลยีการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริง จนทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่การันตีเรื่องฟีลสูบที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังสื่อถีงรสนิยมด้วยตัวเครื่องดีไซน์สวยโดดเด่น และระบบ Pod ที่ใช้วิธีเปลี่ยน Pod บรรจุน้ำยาอันใหม่ทุกครั้ง ช่วยรักษาคุณภาพของน้ำยาได้ดี และมอบความสะดวก สะอาด ไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนดูแลจุกจิกเหมือนรุ่นเดิม ๆ

ภายใน Starter Set กล่องพรีเมี่ยมของเราประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ ดังนี้
1. KS-Device ตัวเครื่อง มีให้เลือกเป็นเจ้าของถึง 6 สี 6 สไตล์ ไม่ซ้ำใคร
2. KS-Pod พอตน้ำยากลิ่นมินท์ และกลิ่นคลาสสิก อย่างละ 1 พอต (รวม 2 พอต) ให้คุณได้ทดลองและสัมผัส
3. สายชาร์จ USB Type-C ชาร์จไว แบตอึด พร้อมให้ใช้งานตลอดทั้งวัน
4. คู่มือวิธีใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด มีการแนะนำวิธีการใช้งาน การเก็บรักษา ครอบคลุมทุกข้อสงสัย

คุณสามารถเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Kardinal Stick นี้ได้ในราคา 1,390 บาท โดยสามารถติดต่อสั่งซื้อผ่าน Line Official Account : คลิก! เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ และปรึกษา พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง

อุปกรณ์สายควันเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน หลังจากที่มีการประกาศห้ามการนำเข้าและครอบครองอุปกรณ์สายควันออกมาจากทางรัฐบาล มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากมายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็หยิบยกข้อมูลบางด้านมาสนับสนุนความเห็นของตนเอง ทำให้สังคมและประชาชนทั่วไปเกิดความสับสนเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ว่าควรจะเชื่อหรือปฏิบัติอย่างไร ขอรวบรวมข้อสงสัยต่าง ๆ และสรุปข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือมาเพื่อที่จะมาตอบคำถามเหล่านี้ โดยหวังว่าจะสร้างความกระจ่างให้แก่สังคมได้มากขึ้น

อุปกรณ์สายควันคืออะไร?

อุปกรณ์สายควันเป็นอุปกรณ์สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้กลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำที่ประกอบไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ โดยไม่มีควันจากกระบวนการเผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่  ตัวทำให้เกิดไอและความร้อน (Atomizer) และน้ำยา ถ้ากล่าวถึงเฉพาะส่วนของน้ำยาที่จะถูกทำให้เป็นไอและเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบจะประกอบด้วยสารประกอบหลัก ๆ คือ

  • นิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่พบได้ในทั้งอุปกรณ์สายควันและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป เป็นสารที่ทำให้ร่างกายเสพติดการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม
  • โพรไพลีนไกลคอล เป็นส่วนประกอบในสารสำหรับการทำให้เกิดไอ
  • กลีเซอรีน เป็นสารเพิ่มความชื้นที่จะผสมผสานกับสารโพรไพลีนไกลคอล  องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย เช่นเดียวกันกับโพรไพลีนไกลคอล
  • สารแต่งกลิ่นและรส เป็นสารเคมีที่ใช้กับอาหารทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีความปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย

อุปกรณ์สายควันมีอันตรายหรือไม่?

สารเคมีชนิดต่าง ๆ ที่พบในน้ำยาสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น

  • นิโคติน
    เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร และตับอ่อน นอกจากนี้นิโคตินยังกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งสารนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน  นิโคตินกระตุ้นให้จำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สำหรับหญิงตั้งครรภ์นิโคตินส่งผลต่อการพัฒนาของสมองทารกในครรภ์ การได้รับสารนิโคตินในระดับที่สูง (60 mg. ในผู้ใหญ่ และ 6 mg ในเด็กเล็ก) เสี่ยงต่อการเสียชีวิต
  • โพรไพลีนไกลคอล และสาร Glycerol/Glycerin
    เมื่อสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง

นอกจากนี้ยังพบสารประกอบอีกมากมายในไอของอุปกรณ์สายควันที่มีข้อมูลว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก สารหนู สารกลุ่ม Formaldehyde และกลุ่ม Benzene เป็นต้น จากการวิจัยยังพบว่า การสูบอุปกรณ์สายควันเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น โรคหัวใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ปอด หัวใจ และกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

เทียบกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดาแล้วอุปกรณ์สายควันอันตรายมากกว่าหรือน้อยกว่า?

เป็นความจริงที่ว่าอุปกรณ์สายควันมีกลไกการทำงานที่ไม่มีกระบวนการเผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา ทำให้ผู้สูบลดความเสี่ยงที่จะได้รับสารที่เป็นอันตรายจากการเผาไหม้บางตัวเช่นน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

แต่จากที่กล่าวมาข้างต้นสารประกอบอื่น ๆ ที่พบในอุปกรณ์สายควันก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีบางงานวิจัยที่ระบุว่า ไอระเหยของอุปกรณ์สายควันมีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา ทำให้สามารถถูกสูดเข้าไปในปอดส่วนลึกได้มากกว่า อนุภาคที่เล็กนี้จะจับเข้ากับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วและยากที่กลไกธรรมชาติของร่างกายจะขับออกมาได้

มีภาษิตฝรั่งบทหนึ่งกล่าวว่า “ผีที่รู้จักก็ยังดีกว่าผีที่ไม่รู้จัก” เรารู้จักผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดากันมานานมากแล้ว มีการวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับอันตรายของมันอย่างแทบจะทุกแง่ทุกมุมแล้ว จึงทำให้เราตระหนักในโทษภัย และเฝ้าระวังมันได้อย่างดี แต่ด้วยความที่อุปกรณ์สายควันยังเป็นของใหม่มาก เรายังไม่มีข้อมูลวิจัยที่มากพอที่จะระบุถึงอันตรายของสารเคมีแต่ละตัวในอุปกรณ์สายควัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ใช้ไปนาน ๆ ในระยะยาว ๆ ซึ่งการที่ยังไม่มีข้อมูลว่าอันตรายไม่ใช่แปลว่าไม่มีอันตราย เพียงแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องยังต้องมีหน้าที่ที่จะต้องติดตามศึกษากันต่อไป

อุปกรณ์สายควันเสพติดหรือไม่?

แน่นอนว่าอุปกรณ์สายควันมีสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ดังนั้นการสูบอุปกรณ์สายควันจึงทำให้ผู้สูบ “ติด” ได้ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา นอกจากนี้รูปแบบและขั้นตอนในการสูบอุปกรณ์สายควันก็มีความใกล้เคียงกับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดามาก ทำให้ผู้สูบยังคงติดในพฤติกรรมการสูบเหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา

หากสังเกตในต่างประเทศจะพบว่า โฆษณาของอุปกรณ์สายควันมีลักษณะการใช้ข้อความจูงใจหรือจุดขายไม่ต่างไปจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา เช่น การเพิ่มเสน่ห์ในทางเพศ ทำให้อารมณ์ดี ซึ่งส่งผลในทางจิตวิทยาให้ผู้สูบมีความเชื่อ ฝังใจในคุณสมบัติเหล่านั้นและดำรงพฤติกรรมการสูบมาเรื่อย ๆ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือโฆษณาของอุปกรณ์สายควันยังเน้นถึงข้อดีบางอย่างที่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม เช่น การมีรสชาติที่หลากหลายกว่า ดีต่อสุขภาพมากกว่า มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและหลากหลายกว่า ไม่มีกลิ่นเหม็น เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าจุดขายเหล่านี้ย่อมดึงดูดและทำให้ผู้สูบมีแนวโน้มที่จะติดกับการสูบได้มากขึ้นด้วย

ถ้าอยากเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา การหันมาสูบอุปกรณ์สายควันช่วยได้หรือไม่?

จุดขายอย่างหนึ่งของบริษัทอุปกรณ์สายควัน คือ การพยายามนำเสนอว่า การหันมาสูบอุปกรณ์สายควันช่วยลดอัตราการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา ซึ่งถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากกว่า  โดยหยิบยกงานวิจัยต่าง ๆ ที่ระบุว่า อุปกรณ์สายควันมีอันตรายน้อยกว่า และทำให้ผู้สูบลดการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดาลงได้ ซึ่งงานวิจัยเหล่านี้ภายหลังได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการในวงกว้างแล้วพบว่า เป็นงานวิจัยที่ไม่ได้ทำตามระเบียบวิธีการวิจัยอย่างถูกต้อง มีอคติ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ทำการวิจัยที่ชัดเจน จึงไม่ได้รับการยอมรับในทางวิชาการอีกต่อไป

ในขณะที่อีกด้านหนึ่งมีงานวิจัยจำนวนมากกว่าที่ทำอย่างถูกต้อง และให้ผลสรุปในทางตรงกันข้าม คือ การสูบอุปกรณ์สายควันไม่ได้ช่วยลดการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดาลงเลย ร้ายไปกว่านั้นยังทำให้อัตราการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมโดยรวมทั้งธรรมดาและไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่มีนิโคตินเหมือน ๆ กัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยาวชน การที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม (ไม่ว่าจะเริ่มจากชนิดไหน) ท้ายที่สุดก็จะมีการแลกเปลี่ยน ทดลองกันภายในกลุ่มจนคุ้นเคยกับทุก ๆ รูปแบบ เพราะเป็นสิ่งที่ทดแทนกันได้ ขณะนี้ในสหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศห้ามอย่างเป็นทางการมิให้บริษัทผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมโฆษณาว่าอุปกรณ์สายควันช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดาได้ เพราะขัดกับข้อมูลจากการวิจัยอย่างชัดเจน

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน หลังการห้ามนำเข้าและครอบครองผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จากรัฐบาล. มีความคิดเห็นมากมายทั้งคัดค้านและไม่เห็นด้วย ทั้งสองฝ่ายนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของพวกเขา ทำให้สังคมและประชาชนทั่วไปสับสนว่าข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อหรือปฏิบัติอย่างไร ขอรายการคำถามและสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือเพื่อตอบคำถามเหล่านี้ ด้วยความหวังที่จะสร้างความรู้แจ้งแก่สังคมมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร?

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุปกรณ์สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้กลไกไฟฟ้าในการสร้างความร้อนและไอน้ำที่มีสารเคมีต่าง ๆ โดยไม่มีควันจากกระบวนการเผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนคือแบตเตอรี่เครื่องพ่นไอน้ำและเครื่องฉีดน้ำและน้ำยา หากเรากล่าวถึงเฉพาะส่วนของสารละลายที่กลายเป็นไอและเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมประกอบด้วยสารประกอบหลักคือ

นิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่พบได้ทั้งในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป เป็นสารที่ทำให้ร่างกายติดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม
โพรพิลีนไกลคอลเป็นส่วนผสมในสารสำหรับการกลายเป็นไอ
กลีเซอรีนเป็นเครื่องเพิ่มความชื้นที่รวมกับโพรพิลีนไกลคอล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่าปลอดภัยใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อถูกเปลี่ยนเป็นควันหรือไอที่หายใจเข้าไป เช่นเดียวกับโพรพิลีนไกลคอล
สารปรุงแต่งกลิ่นและรสเป็นสารเคมีในอาหารทั่วไปที่ปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าไป แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อถูกเปลี่ยนเป็นควันหรือไอที่หายใจเข้าไป
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอันตรายหรือไม่?

สารเคมีต่าง ๆ ที่พบในรีเอเจนต์อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายตัวอย่างเช่น:

นิโคติน
เมื่อมันเข้าสู่ร่างกายจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจที่เพิ่มขึ้นเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดโรคทางเดินหายใจมะเร็งในช่องปากหลอดอาหารและตับอ่อน นิโคตินยังช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งสารนี้จะเพิ่มน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนิโคตินช่วยกระตุ้นจำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดให้เพิ่มขึ้น การตีบของหลอดเลือดเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองสำหรับหญิงตั้งครรภ์นิโคตินมีผลต่อพัฒนาการของสมองของทารกในครรภ์ การได้รับสารนิโคตินในระดับสูง (60 มก. ในผู้ใหญ่และ 6 มก. ในเด็กเล็ก) เสี่ยงต่อการเสียชีวิต
โพรพิลีนไกลคอลและกลีเซอรอล / กลีเซอรีน
เมื่อสัมผัสหรือหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังตาและปอดโดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคซิสติกไฟโบรซิสโรคหอบหืดและถุงลมโป่งพอง

นอกจากนี้ยังพบสารประกอบหลายชนิดในไอผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่ทราบกันดีว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นโลหะหนักสารหนูฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซินเป็นต้นการวิจัยยังพบว่า การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆเช่นโรคหัวใจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ของปอดหัวใจและเซลล์กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายมากหรือน้อย?

จริงอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ไม่มีกระบวนการเผาไหม้เหมือนกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป สิ่งนี้ทำให้ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมลดความเสี่ยงในการสัมผัสสารเผาไหม้ที่เป็นอันตรายเช่นน้ำมันดินและคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งก่อให้เกิดมะเร็งและโรคทางเดินหายใจ

แต่ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นสารประกอบอื่น ๆ ที่พบในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่าไอระเหยของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีขนาดอนุภาคเล็กกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ทำให้สามารถสูดดมเข้าไปในปอดส่วนลึกได้มากขึ้นอนุภาคเล็ก ๆ เหล่านี้จับตัวกับเนื้อเยื่อปอดและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วและยากที่กลไกธรรมชาติของร่างกายจะขับออกมาได้

มีสุภาษิตฝรั่งเศสกล่าวไว้ว่า “ผีที่รู้จักดีกว่าผีที่ไม่รู้จัก” เรารู้จักผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปมานานแล้ว มีการวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอันตรายเกือบทุกด้าน จึงทำให้เราตระหนักถึงอันตรายและระมัดระวังด้วย แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ยังใหม่มากเรายังไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่จะระบุอันตรายของสารเคมีแต่ละชนิดในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการใช้งานในระยะยาวซึ่งการขาดข้อมูลว่าเป็นอันตรายไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นอันตราย แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องมีหน้าที่ในการศึกษาต่อไป

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เสพติดหรือไม่?

แน่นอนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีนิโคติน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติดดังนั้นการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จึงทำให้ผู้สูบ ‘เสพติด’ เหมือนกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป นอกจากนี้รูปแบบและขั้นตอนในการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ยังคล้ายคลึงกับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ทำให้ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมยังคงติดพฤติกรรมการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน หลังประกาศห้ามนำเข้าและครอบครองผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จากรัฐบาล. มีความคิดเห็นมากมายทั้งต่อต้านและต่อต้าน ทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลบางอย่างเพื่อสนับสนุนมุมมองของพวกเขา สร้างความสับสนให้กับสังคมและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ว่าจะเชื่อและปฏิบัติอย่างไร ขอรายการคำถามและสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือเพื่อตอบคำถามเหล่านี้ หวังสร้างความรู้แจ้งแก่สังคม

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร?

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุปกรณ์สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมประเภทหนึ่ง ใช้กลไกไฟฟ้าในการสร้างความร้อนและไอน้ำที่มีสารเคมีหลายชนิดโดยไม่ก่อให้เกิดควันจากกระบวนการเผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ แบตเตอรี่เครื่องพ่นไอน้ำเครื่องฉีดน้ำและน้ำยา หากต้องการกล่าวถึงเฉพาะส่วนของสารละลายที่ระเหยและเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมประกอบด้วยสารประกอบหลัก

นิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่พบในอุปกรณ์สายควันและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป เป็นสารที่ทำให้ร่างกายของคุณคลั่งไคล้การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม
โพรพิลีนไกลคอลเป็นส่วนประกอบของเครื่องทำไอระเหย
กลีเซอรีนเป็นเครื่องเพิ่มความชื้นร่วมกับโพรพิลีนไกลคอล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยทั้งในอาหารและยา อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อถูกเปลี่ยนเป็นควันหรือไอน้ำที่หายใจเข้าไป เช่นเดียวกับโพรพิลีนไกลคอล
น้ำหอมและสารเคมีน้ำหอมเป็นสารเคมีในอาหารทั่วไปที่ปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าไป อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อเปลี่ยนเป็นควันหรือไอน้ำที่หายใจเข้าไป
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอันตรายหรือไม่?

สารเคมีต่างๆที่มีอยู่ในรีเอเจนต์อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายตัวอย่างเช่น:

นิโคติน
เมื่อมันเข้าสู่ร่างกายจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจเพิ่มขึ้นความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจมะเร็งช่องปากหลอดอาหารและตับอ่อนเพิ่มขึ้น นิโคตินยังช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานซึ่งสารนี้จะไปเพิ่มระดับกลูโคสในเลือดนิโคตินกระตุ้นให้จำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น โรคหัวใจตีบและเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเลือดสมองสำหรับหญิงตั้งครรภ์นิโคตินมีผลต่อพัฒนาการของสมองของทารกในครรภ์ การได้รับนิโคตินในปริมาณสูง (60 มก. ในผู้ใหญ่และ 6 มก. ในทารก) เสี่ยงต่อการเสียชีวิต
โพรพิลีนไกลคอลและกลีเซอรอล / กลีเซอรีน
การสัมผัสหรือการหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังตาและปอดโดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคซิสติกไฟโบรซิสโรคหอบหืดและโรคถุงลมโป่งพองในปอด

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบสารประกอบหลายชนิดในไอของยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นโลหะหนักสารหนูฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซิน การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆเช่นโรคหัวใจและทำให้ดีเอ็นเอของเซลล์ปอดหัวใจและกระเพาะปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไป สิ่งนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายมากหรือน้อยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแบบเดิมหรือไม่?

เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ไม่มีกระบวนการเผาไหม้เหมือนกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป สิ่งนี้ช่วยให้ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมสามารถลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับสารเผาไหม้ที่เป็นอันตรายซึ่งก่อให้เกิดโรคมะเร็งและโรคทางเดินหายใจเช่นน้ำมันดินและคาร์บอนมอนอกไซด์

อย่างไรก็ตามตามที่กล่าวไว้ข้างต้นสารประกอบอื่น ๆ ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ก็สร้างความเสียหายต่อร่างกายเช่นเดียวกัน การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าไอน้ำยาสูบอิเล็กทรอนิกส์มีขนาดอนุภาคเล็กกว่ายาสูบแบบดั้งเดิม อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ซึ่งทำให้หายใจเข้าปอดได้ลึกขึ้นจะจับกับเนื้อเยื่อปอดและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วทำให้กลไกตามธรรมชาติของร่างกายขับออกได้ยาก

มีคำพูดภาษาฝรั่งเศสว่า “รู้จักผีดีกว่าผีที่ไม่รู้จัก” เรารู้จักผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปมานานแล้ว มีการวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอันตรายเกือบทุกด้าน ดังนั้นขอให้เราตระหนักถึงอันตรายและระวังพวกเขา แต่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ยังคงใหม่มากจนไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่จะระบุอันตรายของสารเคมีแต่ละชนิดในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในระยะยาวซึ่งการขาดข้อมูลที่เป็นอันตรายไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป อย่างไรก็ตามผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงมีหน้าที่ต้องศึกษาต่อไป

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งเสพติดหรือไม่?

แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีสารนิโคติน นี่คือสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ดังนั้นการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จึงทำให้ผู้สูบ“ เสพติด” ได้เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป นอกจากนี้รูปแบบและขั้นตอนการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ยังคล้ายคลึงกับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแบบเดิมมาก ทำให้ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมยังคงต้องพึ่งพาพฤติกรรมการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเหมือนยาสูบตามปกติ

งานวิจัยจนถึงปัจจุบันชี้ว่า อุปกรณ์สายควันอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปจริง อีกทั้งยังเป็นทางเลือกในการช่วยเลิกบุหรีที่มีประสิทธิผลกว่าตัวเลือกอื่นๆ  แต่อุปกรณ์สายควันก็ไม่ได้ปลอดภัยต่อสุขภาพ 100% เพราะมีงานวิจัยมากขึ้นเรื่อยๆ ชี้ให้เห็นโทษของอุปกรณ์สายควัน ทั้งผลต่อระบบหลอดเลือด ทำให้ปอดอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเป็นถุงลมโป่งพอง รวมถึงผลต่อสุขภาพในระยะยาวที่ยังไม่มีข้อสรุป

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะไม่แก้กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณ์สายควัน ซึ่งส่งผลให้การนำเข้าและขายอุปกรณ์สายควันในไทยยังคงผิดกฎหมายต่อไป การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เกิดทั้งกระแสสนับสนุนและต่อด้าน เช่นสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม ที่ได้ออกมาสนับสนุนและชื่นชมการตัดสินใจในครั้งนี้ของนายอนุทิน  ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้อุปกรณ์สายควัน “ลาขาดควันยาสูบ” ก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และให้เหตุผลว่านี่เป็นการปิดประตูทางเลือกในการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนของผู้ติดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตัดสินใจเองได้ดีขึ้น ว่าจะมีจุดยืนสนับสนุนหรือต่อต้านการใช้อุปกรณ์สายควัน ทีมข่าวเวิร์คพอยท์จึงได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของอุปกรณ์สายควันจากงานวิจัยล่าสุดจากทั่วโลก มาเพื่อให้ได้เห็นผลต่อสุขภาพของอุปกรณ์สายควันอย่างรอบด้าน

สำหรับข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของอุปกรณ์สายควันก็คือ มันอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนทั่วไปถึง 95%  หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษได้ไปรีวิวงานศึกษาต่างๆ เกี่ยวกับโทษของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมฟ้า และได้ข้อสรุปว่าอุปกรณ์สายควันอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนถึง 95%  ทั้งนี้ สาเหตุหลักๆ ก็เนื่องจากบุหรีไฟฟ้าไม่มีกระบวนการเผาไหม้สันดาป จึงไม่ทำให้เกิดสารทาร์ (Tar) ซึ่งเป็นน้ำมันที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ยาสูบและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นมะเร็งปอด  นอกจากนี้ อุปกรณ์สายควันยังไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์แบบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนด้วย จึงปลอดภัยกว่ามาก

นอกจากนี้ ข้อดีอีกอย่างของอุปกรณ์สายควันก็คือ การเป็นทางเลือกในการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมีประสิทธิผลกว่าทางเลือกอื่นๆ งานวิจัยล่าสุดที่ออกมาในปีนี้ ซึ่งทำการวิจัยที่อังกฤษพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่พยายามเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมโดยใช้บุหรีไฟฟ้า มีถึง 18% ที่สามารถเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้  ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่พยายามเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมโดยใช้นิโคตินทดแทนชนิดอื่นๆ เช่น หมากฝรั่งนิโคติน หรือแผ่นแปะนิโคติน กลับเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้น้อยกว่า โดยมีเพียง 9.9% เท่านั้นที่สามารถเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้

อย่างไรก็ตามต้องบอกด้วยว่า คนที่ใช้อุปกรณ์สายควันช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมนั้น กว่า 80% ยังคงใช้บุหรีไฟฟ้าอยู่ในช่วง 1 ปีหลังเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวน ในขณะที่ผู้ที่ใช้นิโคตินทดแทนจนเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้ มีเพียง 9% เท่านั้นที่ยังคงต้องใช้นิโคตินทดแทนดังกล่าวอยู่ในช่วง 1 ปีหลังเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

และข้อดีอีกประการของอุปกรณ์สายควันก็คือ ไออุปกรณ์สายควันมือ 2 เป็นอันตรายต่อคนรอบข้างน้อยกว่าควันผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมือ 2 จากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนมาก

แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่อุปกรณ์สายควันก็ไม่ได้ปลอดภัย 100% และแม้ว่าอุปกรณ์สายควันจะเพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นาน และงานวิจัยเกี่ยวกับโทษของอุปกรณ์สายควันจะยังมีไม่มากนัก แต่ที่ผ่านมาก็มีหลักฐานโผล่ขึ้นมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าอุปกรณ์สายควันส่งผลต่อสุขภาพในแบบที่แตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวน

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เพิ่งตีพิมพ์ลงในวารสาร Radiology เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมาพบว่า การสูดไอน้ำอุปกรณ์สายควัน ที่แม้ว่าจะไม่มีนิโคตินผสมอยู่ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหลอดเลือดของผู้สูบ  โดยงานศึกษาชิ้นดังกล่าวได้ให้คนสุขภาพดีลองสูบอุปกรณ์สายควันแบบที่ไม่มีนิโคติน จากนั้นใช้เครื่อง MRI เพื่อแสกนดูการทำงานของเส้นเลือด พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของเลือดที่เส้นเลือดแดงหลักที่ขาจากการสูบอุปกรณ์สายควันนี้เพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตามอาการดังกล่าวกลับสู่ภาวะปกติภายในเวลาไม่กี่นาที

แต่นักวิจัยก็ได้ให้ข้อคิดเห็นต่อว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการสูบอุปกรณ์สายควันเพียงครั้งเดียว แต่หากมีการสูบอย่างต่อเนื่อง อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้หายเร็วเช่นในการทดลองก็ได้ อีกทั้งอาการที่เกิดขึ้นดังกล่าว ก็คล้ายกับอาการเริ่มต้นของโรคทางหลอดเลือด ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีในการก่อตัวของโรค

นอกจากนี้ ยังมีงานอีกวิจัยอีกหลายชิ้นที่พบว่าไอน้ำจากอุปกรณ์สายควันได้ลงไปทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันในปอด ทำให้ปอดต่อต้านแบคทีเรียได้น้อยลง อีกทั้งยังมีอาการอักเสบได้ง่ายขึ้น  โดยหนึ่งในงานวิจัยในประเด็นนี้ได้แบ่งหนูทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม ผลปรากฏว่าหนูกลุ่มที่ต้องสูดดมไอจากบุหรีไฟฟ้ามีความสามารถในการกำจัดแบคทีเรียออกจากปอดได้น้อยกว่าและทำให้ปอดอ่อนแอและติดเชื้อ

นักวิจัยยังพบความเกี่ยวโยงระหว่างการสูบอุปกรณ์สายควันกับการเป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ด้วย โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2018  ได้เปรียบเทียบกลุ่มคนที่ใช้บุหรีไฟฟ้ากับคนที่ไม่ใช้ และพบว่าคนที่ใช้บุหรีไฟฟ้ามีโอกาสมากกว่าถึง 2 เท่าที่จะเป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง

สำหรับน้ำยาอุปกรณ์สายควันนั้น นอกจากที่จะมีสารนิโคตินแล้ว ยังมีสารที่สำคัญอีก 2 ตัว ได้แก่ โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และกลีเซอรีน (glycerin) ที่แม้ว่าจะได้รับการพิสูจน์และรับรองแล้วว่าสามารถบริโภค (กิน) ได้อย่างปลอดภัย แต่สำหรับการเสพเข้าสู่ร่างกายผ่านการสูดลงปอดนั้น จนปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าปลอดภัยหรือไม่

และสุดท้าย เนื่องจากบุหรีไฟฟ้าเพิ่งเกิดขึ้นมาได้ไม่นาน ดังนั้นแล้วจึงยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาผลต่อสุขภาพในระยะยายของอุปกรณ์สายควัน และจนปัจจุบันจึงยังไม่มีข้อสรุป ว่าอุปกรณ์สายควันส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวของผู้สูบอย่างไรบ้าง

ทั้งหมดนี้อาจสรุปได้ด้วยประโยคสั้นๆ ว่า อุปกรณ์สายควันนั้นอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนแน่  แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

การวิจัยจนถึงปัจจุบันระบุว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการเลิกอ่านหนังสือมากกว่าตัวเลือกอื่น ๆ แต่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณ 100% เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ผลกระทบทั้งสองต่อระบบหลอดเลือดทำให้ปอดอ่อนแอลงความเสี่ยงของโรคถุงลมโป่งพองรวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวที่ยังไม่สามารถระบุได้

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานายอนุทินชาญวีรกูลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าจะไม่แก้ไขกฎหมายผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลให้การนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์สายควันในประเทศไทยยังคงผิดกฎหมาย การตัดสินใจดังกล่าวก่อให้เกิดทั้งการสนับสนุนและร่วมกันเช่นสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเพื่อสนับสนุนและชื่นชมการตัดสินใจของนายอนุทินขณะที่อีกด้านหนึ่งตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ “ลาไร้ควันผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม” มา เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยของเขา และระบุว่านี่เป็นการปิดประตูทางเลือกในการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของผู้ติดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วยตนเองว่าจะยืนหยัดหรือคัดค้านการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จากงานวิจัยล่าสุดจากทั่วโลก มาดูผลกระทบด้านสุขภาพที่ครอบคลุมของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือมีอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปถึง 95% หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษได้ทบทวนการศึกษา เกี่ยวกับโทษของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมสีน้ำเงินและสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม 95% สาเหตุหลักเนื่องจากอุปกรณ์สายควันไม่มีกระบวนการเผาไหม้ ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดน้ำมันดิน (Tar) ซึ่งเป็นน้ำมันที่เกิดจากกระบวนการเผาใบยาสูบและเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอด จึงปลอดภัยกว่ามาก

นอกจากนี้ข้อดีอีกประการหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือการเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าทางเลือกอื่น ๆ งานวิจัยล่าสุดที่จะออกมาในปีนี้ซึ่งทำการวิจัยในอังกฤษพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามถึง 18% ที่พยายามเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมด้วยอุปกรณ์สายควันสามารถเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างพยายามเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมโดยใช้นิโคตินชนิดอื่นทดแทนเช่นหมากฝรั่งนิโคติน หรือแผ่นแปะนิโคตินพวกเขาสามารถเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้น้อยลงโดยมีเพียง 9.9% เท่านั้นที่สามารถเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้

อย่างไรก็ตามต้องบอกว่ามากกว่า 80% ของผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากเลิก ในขณะที่มีผู้ใช้ทดแทนนิโคตินเพียง 9% เท่านั้นที่เลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมยังคงต้องการมันเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากเลิก

และข้อดีอีกอย่างของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือไอระเหยผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มือสองนั้นเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างน้อยกว่าควันผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมือสองจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวน

แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่ปลอดภัย 100% และแม้ว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จะมีมาระยะหนึ่งแล้วก็ตามและการวิจัยเกี่ยวกับอันตรายของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังมีไม่มากนัก แต่ที่ผ่านมาปรากฏหลักฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์นั้นส่งผลต่อสุขภาพในลักษณะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสารรังสีวิทยาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. พบว่าการสูดดมอุปกรณ์สายควันด้วยไอน้ำแม้ว่าจะไม่มีนิโคตินอยู่ก็ตามจะส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือดของผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมการศึกษานี้สนับสนุนให้คนที่มีสุขภาพแข็งแรงลองใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่ปราศจากนิโคติน จากนั้นจะใช้เครื่อง MRI เพื่อสแกนหลอดเลือด พบว่าการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของเลือดไปยังหลอดเลือดแดงหลักที่ขาเกิดจากการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตามอาการกลับเป็นปกติภายในไม่กี่นาที

แต่นักวิจัยยังคงให้ความเห็นว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเพียงครั้งเดียว แต่หากมีการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างต่อเนื่องอาการดังกล่าวอาจไม่หายไปเร็วเหมือนการทดลอง นอกจากนี้อาการที่เกิดขึ้น คล้ายกับอาการเริ่มต้นของหลอดเลือด. อาจใช้เวลาหลายปีในการก่อโรค

การศึกษาอื่น ๆ อีกหลายชิ้นยังพบว่าไอน้ำจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ได้ลงไปทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันในปอด ทำให้ปอดต้านทานแบคทีเรียได้น้อยลงนอกจากนี้ยังมีอาการอักเสบได้ง่ายขึ้น ในการศึกษาเรื่องนี้หนูแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่าหนูกลุ่มที่สูดดมมีความสามารถในการกำจัดแบคทีเรียออกจากปอดน้อยลงและทำให้ปอดอ่อนแอลงและติดเชื้อในปอด เชื้อ

นักวิจัยยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กับโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) การศึกษาในปี 2018 เปรียบเทียบผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ที่ไม่ได้ใช้ และพบว่าผู้ที่ใช้อิเล็กโทรไลต์มีโอกาสเป็นโรคหลอดลมอักเสบอุดกั้นเรื้อรังมากกว่าปกติถึงสองเท่า

สำหรับน้ำยาผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์นอกจากจะมีนิโคตินแล้วยังมีสารสำคัญอีก 2 ชนิด ได้แก่ โพรพิลีนไกลคอลและกลีเซอรีนซึ่งแม้จะได้รับการพิสูจน์และพิสูจน์แล้วว่าสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย (รับประทาน) แต่สำหรับการเสพติดเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้าปอดจนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าปลอดภัยจริงหรือไม่

และในที่สุดเนื่องจากไฟฟ้าเพิ่งเกิดขึ้นเป็นเวลานานดังนั้นจึงไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวของผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างไร

ทั้งหมดนี้สามารถสรุปได้เป็นประโยคสั้น ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์อันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย

การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการเลิกอ่านหนังสือมากกว่าตัวเลือกอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีการวิจัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณ 100% ผลกระทบทั้งสองอย่างต่อหลอดเลือดที่ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของยาสูบอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคถุงลมโป่งพองในปอด

ไม่กี่วันที่ผ่านมานายอนุทินชนะวิลลาเคิลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศชัดเจนว่าจะไม่แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้การนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยยังคงผิดกฎหมาย การตัดสินใจครั้งนี้ก่อให้เกิดทั้งการสนับสนุนและการสนับสนุนซึ่งกันและกันของสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยไร้ควัน ฯลฯ ในขณะที่สนับสนุนและชื่นชมการตัดสินใจของนายอนุทินตัวแทนเครือข่าย “ยาสูบไร้ควันลา” อีกด้านหนึ่งของผู้ใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และอ้างว่าจะปิดประตูสู่การเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมในนามของผู้ติดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

ไม่ว่าจะเผชิญหน้าหรือต่อต้านการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วยตัวเองทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้รวบรวมข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จากงานวิจัยล่าสุดทั่วโลก มาดูผลกระทบด้านสุขภาพที่ครอบคลุมของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือมีอันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปถึง 95% เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอังกฤษได้ทบทวนการศึกษา เกี่ยวกับโทษของยาสูบเมื่อเทียบกับยาสูบสีน้ำเงินและเราสรุปได้ว่ายาสูบอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายน้อยกว่ายาสูบ 95% สาเหตุหลักคืออุปกรณ์สายควันไม่มีกระบวนการเผาไหม้ ดังนั้นจึงไม่สร้างน้ำมันดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอดที่เกิดขึ้นในกระบวนการเผาผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม ดังนั้นจึงปลอดภัยกว่ามาก

นอกจากนี้ข้อดีอีกประการหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือการเป็นทางเลือกในการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากกว่าทางเลือกอื่น ๆ จากการสำรวจล่าสุดในปีนี้ในสหราชอาณาจักรพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 18% ที่พยายามเลิกใช้อุปกรณ์สายควันสามารถเลิกได้ กลุ่มตัวอย่างพยายามเลิกใช้สารทดแทนนิโคตินประเภทอื่นเช่นหมากฝรั่งนิโคติน หรือแผ่นแปะนิโคตินพวกเขาสามารถเลิกได้เพียง 9.9%

อย่างไรก็ตามต้องบอกว่ามากกว่า 80% ของผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม มีผู้ใช้ทดแทนนิโคตินเพียง 9% เท่านั้นที่เลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แต่พวกเขายังคงต้องสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

และข้อดีอีกอย่างของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือการอบไอน้ำของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วนั้นเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างน้อยกว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทางอ้อมจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวน

แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่ได้ปลอดภัย 100% และผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีอยู่ในบางครั้งเท่านั้น แต่ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับผลเสียของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มากนัก แต่ที่ผ่านมาปรากฏหลักฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีผลต่อสุขภาพในลักษณะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

การศึกษาที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสารรังสีวิทยาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมพบว่าการสูดดมไอน้ำของยาสูบไฟฟ้ามีผลต่อการทำงานของหลอดเลือดของผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแม้ว่าจะไม่มีนิโคตินก็ตาม การศึกษานี้สนับสนุนให้คนที่มีสุขภาพแข็งแรงลองใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีนิโคติน จากนั้นสแกนหลอดเลือดโดยใช้อุปกรณ์ MRI พบว่าการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนของเลือดไปยังหลอดเลือดแดงหลักของขาเกิดจากการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตามอาการกลับเป็นปกติภายในไม่กี่นาที

อย่างไรก็ตามนักวิจัยยังคงให้ความเห็นว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเพียงมวนเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างต่อเนื่องอาการดังกล่าวอาจไม่หายไปอย่างรวดเร็วเหมือนในการทดลอง นอกจากนี้อาการที่เกิดขึ้น มันคล้ายกับอาการเริ่มต้นของหลอดเลือด อาจใช้เวลาหลายปีในการก่อตัวของโรค

การศึกษาอื่น ๆ อีกหลายชิ้นยังพบว่าไอน้ำจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กำลังลดลงและทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันในปอด ช่วยลดความต้านทานต่อแบคทีเรียของปอดและยังมีแนวโน้มที่จะอักเสบอีกด้วย ในการศึกษาเรื่องนี้หนูแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่าหนูกลุ่มที่สูดดมมีความสามารถในการกำจัดแบคทีเรียออกจากปอดน้อยลงและทำให้ปอดอ่อนแอลงและติดเชื้อ เมล็ดขนมปัง

นักวิจัยยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กับอาการกระตุกของหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) การศึกษาในปี 2018 เปรียบเทียบผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ที่ไม่ได้ใช้ พวกเขาพบว่าคนที่ใช้อิเล็กโทรไลต์มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังถึงสองเท่า

นอกเหนือจากการมีนิโคตินในกรณีของสารละลายยาสูบอิเล็กทรอนิกส์แล้วยังมีสารสำคัญอีก 2 ชนิดคือโพรพิลีนไกลคอลและกลีเซอรีน สิ่งเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์และพิสูจน์แล้ว แต่ปลอดภัยที่จะกิน (กิน) อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าปลอดภัยจากพิษภายในเนื่องจากการหายใจเข้าไปในปอด

และในที่สุดก็ไม่มีการศึกษาเพื่อศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีต่อคุณยายเนื่องจากไฟฟ้าเพิ่งเกิดขึ้นมานานแล้ว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีผลต่อสุขภาพในระยะยาวของผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างไร

ทั้งหมดนี้สรุปได้เป็นประโยคสั้น ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์อันตรายน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมวนแน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย

อุปกรณ์สายควันคือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งซึ่งใช้แบตเตอรี่ในการทำงานเพื่อสร้างความร้อนและไอน้ำที่ประกอบไปด้วยสารต่าง ๆ เช่น นิโคติน (Nicotine) โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) กลีเซอรีน (Glycerine) สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring) และน้ำ เมื่อเปิดเครื่องจะมีไฟสีแดงขึ้นพร้อมกับการทำงานของแบตเตอรี่ เกิดความร้อนทำให้น้ำยาที่บรรจุอยู่ภายในระเหยขึ้นมาเป็นควัน เมื่อสูบเข้าไปในปอดร่างกายจะได้รับนิโคตินก่อนที่จะถูกพ่นออกมา ไม่มีควันจากการเผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป อุปกรณ์สายควันจึงไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

ใครที่ใช้อุปกรณ์สายควัน

อุปกรณ์สายควันกำลังเป็นที่นิยมและมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้ที่เคยสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแบบปกติทั่วไป และผู้ที่เริ่มต้นหรือทดลองสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม จากสถิติการสำรวจพฤติกรรมการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของเยาวชน (National Youth Tobacco Survey) จากจำนวนนักเรียน 2 ล้านคน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2557 พบว่า ในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปลายมีการใช้อุปกรณ์สายควันเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 13 และในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมต้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.1 เป็นร้อยละ 3.9 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวภายใน 1 ปี ในประเทศไทยยังไม่มีการอนุญาตให้จำหน่ายหรือนำเข้าอุปกรณ์สายควัน มีเพียงการลักลอบจำหน่ายในตลาดมืดจึงทำให้ยากต่อการเก็บข้อมูลทางสถิติ

คนอีกกลุ่มที่พบว่าใช้อุปกรณ์สายควันคือ ผู้ที่ต้องการเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม จากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันในรัฐแคลิฟอร์เนียจำนวน 1,000 คนที่มีพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์สายควันในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 ปี พบว่าร้อยละ 60 มีแนวโน้มที่จะเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและลดปริมาณในการสูบ แต่ Dr. Wael Al-Delaimy อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและสาธารณสุข คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้อุปกรณ์สายควันสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมไว้ว่า จากการวิจัย การใช้อุปกรณ์สายควันอาจจะไม่ได้ช่วยให้เลิกพฤติกรรมการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้ หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือปริมาณนิโคตินในอุปกรณ์สายควัน ซึ่งเป็นสารเสพติดให้โทษเช่นเดียวกันกับที่พบในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป และเรื่องนี้ยังจำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป

ส่วนประกอบของอุปกรณ์สายควัน

อุปกรณ์สายควันในปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานการผลิตที่เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน จึงทำให้ยากที่จะตอบได้ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยทั่วไปมีลักษณะคล้ายผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป หรืออาจดัดแปลงให้มีลักษณะต่างออกไป ซึ่งส่วนประกอบหลักของอุปกรณ์สายควันแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่ (Battery) ตัวที่ทำให้เกิดไอและความร้อน (Atomizer) และตลับเก็บน้ำยา (Cartridge)

อุปกรณ์สายควันจะทำงานได้ไม่เต็มรูปแบบถ้าขาดน้ำยาสำหรับอุปกรณ์สายควัน (E-Liquid หรือ E-Juice) ซึ่งบรรจุอยู่ในตลับเก็บน้ำยาเพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการทำความร้อนก่อนกลายเป็นไอที่ผู้ใช้อุปกรณ์สายควันสูบเข้าไปในปอด ส่วนผสมที่พบมากในน้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice มีดังนี้

  • นิโคติน (Nicotine) เป็นสารสกัดจากใบยาสูบและเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่พบได้ในทั้งอุปกรณ์สายควันและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป นิโคตินจะทำให้ร่างกายเสพติดการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม และจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ ระดับนิโคตินในอุปกรณ์สายควันแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะคือ เปอร์เซ็นต์ มิลลิกรัม และระดับความเข้มข้น ได้แก่ ระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำ
  • โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) เป็นสารสังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหาร ยา และเครื่องสำอาง รวมถึงนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างไอหรือหมอกสำหรับเวทีการแสดงต่าง ๆ แต่เมื่อสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ดวงตาและปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง
  • กลีเซอรีน (Glycerine) เป็นสารที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น แต่มีรสชาติหวานเล็กน้อย องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย เช่นเดียวกันกับโพรไพลีนไกลคอล
  • สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring) เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารทั่วไป มีความปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย ตัวอย่างเช่น สารไดอะซิติล (Diacetyl) ที่พบมากในเนยสำหรับทำป็อปคอร์น อาจเป็นสาเหตุของปัญหาระบบทางเดินหายใจและปอด

ประเภทของอุปกรณ์สายควัน

อุปกรณ์สายควันในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ แต่แบ่งได้ 3 รูปแบบคือ แบบที่ 1 (Cigalike) แบบที่ 2 (eGos) และแบบที่ 3 (Mods) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • อุปกรณ์สายควันรูปแบบที่ 1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cigalike มีรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งรูปทรงและขนาดที่คล้ายกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป แต่จะมีตัวที่ทำให้เกิดไอและความร้อนเพิ่มเข้ามา
  • อุปกรณ์สายควันรูปแบบที่ 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ eGos มีลักษณะคล้ายผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไปเช่นกัน แต่มีขนาดใหญ่กว่า หรือมีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไป และมีตัวถังที่สามารถถอดออก และเติม E-Liquid หรือ E-Juice ที่มีระดับนิโคติน หรือรสและกลิ่นต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง
  • อุปกรณ์สายควันรูปแบบที่ 3 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mods มีลักษณะคล้ายอุปกรณ์สายควันแบบ eGos แต่มีขนาดใหญ่กว่า และสามารถปรับแรงดันไฟฟ้า ขนาดของตัวที่ทำให้เกิดไอและความร้อน รวมถึงขนาดและปริมาณของ E-Liquid หรือ E-Juice ได้ตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน

ข้อดีของการใช้อุปกรณ์สายควัน

อุปกรณ์สายควันมีข้อดีที่แตกต่างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป เช่น อุปกรณ์สายควันไม่มีควันจากการเผาไหม้เหมือนในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไป ทำให้อุปกรณ์สายควันไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) หรือสารพิษอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองแตก และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ยังตรวจพบสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระดับที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไปอีกด้วย

กระทรวงสาธารณสุข ประเทศอังกฤษได้เปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์สายควันว่ามีความปลอดภัยมากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไปสูงถึง 95% และมีประสิทธิภาพในการช่วยให้เลิกพฤติกรรมการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้ สาเหตุสำคัญคือในอุปกรณ์สายควันไม่มีส่วนประกอบของใบยาสูบ มีเพียงนิโคตินที่เป็นสารเสพติดแต่ให้โทษน้อยกว่าใบยาสูบ ทำให้อุปกรณ์สายควันเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่เสพติดนิโคติน

องค์การอาหารและยาพบร่องรอยของสารพิษ 0.1% ในน้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice เช่น สารไนโตรซามีน (Nitrosamines) และสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น ปากแห้ง ระคายเคืองในลำคอ ไอแห้ง เป็นต้น

แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการวิจัยที่สรุปอย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์สายควันช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้จริง และในหลายประเทศการจำหน่ายอุปกรณ์สายควันถือว่าผิดกฎหมาย รวมถึงประเทศไทยด้วย

ข้อเสียของการใช้อุปกรณ์สายควัน

ใบยาสูบคือสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไปแตกต่างจากอุปกรณ์สายควัน แต่นิโคตินยังคงเป็นส่วนประกอบหลักในอุปกรณ์สายควันและเป็นสารเสพติดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น กระตุ้นสมอง ทำให้เกิดอาการมึนงง กระตุ้นหัวใจทำให้อัตราการทำงานของหัวใจเพิ่มขึ้น หัวใจทำงานหนัก เกิดภาวะหัวใจวาย ทำให้เส้นเลือดหดตัวซึ่งส่งผลให้เกิดความดันในเลือดสูงขึ้น เส้นเลือดในสมองแตก ปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ หายใจเร็ว เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอด มีความผิดปกติทางอารมณ์ สมาธิและความคิด ปัญหาของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นต้น เนื่องจากอุปกรณ์สายควันเข้ามาในประเทศไทยได้ไม่ถึง 10 ปี แพทย์จึงยังไม่ทราบผลเสียหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายในระยะยาว

นักวิจัยโรงเรียนสาธารณสุข Johns Hopkins Bloomberg ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบว่าในน้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice ที่ใช้ในอุปกรณ์สายควัน มีโลหะหนัก ได้แก่ นิกเกิล ตะกั่ว แมงกานีส โครเมียม และแคดเมียม และสารพิษที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระดับสูง จึงทำให้องค์การอาหารและยา (FDA) ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตรวจสอบโดยเรียกร้องให้บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์สายควันส่งรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนผสมที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย รัฐลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทดลองในห้องปฏิบัติการและพบว่าร้อยละ 85 ในไอหรือหมอกจากการใช้อุปกรณ์สายควันมีสารพิษที่ไปทำลายเซลล์ในปาก โดยเฉพาะในผิวชั้นบนสุด รวมไปถึงเหงือกและฟัน

อาจารย์มหาวิทยาลัยนอร์ทดาโคตา ประเทศสหรัฐอเมริกาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการได้รับปริมาณนิโคตินที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายจากการติดฉลากผิดบนบรรจุภัณฑ์น้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice ที่ใช้ในอุปกรณ์สายควัน จากการสำรวจพบว่าปริมาณนิโคตินในน้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice กับปริมาณที่ระบุบนฉลากไม่ตรงกัน คิดเป็นร้อยละ 51 ซึ่งร้อยละ 34 มีปริมาณนิโคตินต่ำกว่าที่ระบุบนฉลากและร้อยละ 17 มีปริมาณนิโคตินสูงกว่าที่ระบุบนฉลาก

นักศึกษาภาควิชาเซลล์ชีววิทยาและสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับระบบการทำงานของเซลล์ในปอดที่ลดลง เนื่องจากมาตรฐานการผลิตน้ำยา E-Liquid หรือ E-Juice ที่ใช้ในอุปกรณ์สายควันยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตเดียวกันกับที่องค์การอาหารและยา (FDA) กำหนด

จากข้อมูลในปัจจุบัน การใช้อุปกรณ์สายควันแตกต่างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไปคือ ไม่พบสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้เข้าสู่ร่างกาย แต่การใช้อุปกรณ์สายควันอาจมีอันตรายมาก หากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์สายควันได้รับปริมาณนิโคตินเกินขนาด หรือมีการผสมสารเสพติดชนิดอื่นร่วมกับนิโคตินเหลว หรือเป็นช่องทางการใช้สารเสพติดชนิดอื่นเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงสารปรุงแต่งอื่น ๆ ที่ยังไม่มีการศึกษาวิจัยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือมาตรฐานการผลิต อันตรายที่อาจเป็นไปได้อีกข้อคือ นิโคตินเหลวในบรรจุภัณฑ์หากเก็บรักษาไม่ถูกต้องหรือเก็บไว้นานอาจมีเชื้อราหรือเชื้อโรคก่อตัวขึ้น ทำให้ผู้สูบได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายในขณะใช้อุปกรณ์สายควัน และเยาวชนที่ไม่เคยสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอาจเริ่มต้นทดลองด้วยการใช้อุปกรณ์สายควัน ทำให้เสพติดนิโคตินเหลว และอาจนำไปสู่การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติทั่วไปในอนาคต

หากคุณเคยคิดที่จะเลิกนิสัยการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเกือบ 7 ใน 10 คนบอกว่าพวกเขาต้องการหยุด การเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อสุขภาพของคุณการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นอันตรายต่ออวัยวะเกือบทุกส่วนในร่างกายของคุณรวมถึงหัวใจของคุณด้วย เกือบหนึ่งในสามของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเป็นผลมาจากการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและควันผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมือสอง

บุคคลที่หายใจออกไอ
คุณอาจถูกล่อลวงให้หันไปใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ (ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ปากกา vape และอุปกรณ์สูบไออื่น ๆ ) เพื่อลดการเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแบบเดิมไปสู่การไม่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเลย แต่การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ (เรียกอีกอย่างว่าการสูบไอ) ดีกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือไม่? ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์สามารถช่วยให้คุณเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้หรือไม่? Michael Blaha, M.D. , M.P.H. ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยทางคลินิกที่ Johns Hopkins Ciccarone Center for the Prevention of Heart Disease แบ่งปันข้อมูลด้านสุขภาพเกี่ยวกับการสูบไอ

1: การสูบไอเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ให้ความร้อนนิโคติน (สกัดจากยาสูบ) สารแต่งกลิ่นและสารเคมีอื่น ๆ เพื่อสร้างละอองลอยที่คุณหายใจเข้าไป ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมยาสูบทั่วไปมีสารเคมี 7,000 ชนิดซึ่งหลายชนิดเป็นพิษ แม้ว่าเราจะไม่ทราบแน่ชัดว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีสารเคมีอะไรอยู่บ้าง แต่ Blaha กล่าวว่า“ แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าสารเคมีเหล่านี้ทำให้คุณได้รับสารเคมีที่เป็นพิษน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป”

อย่างไรก็ตามยังมีการระบาดของการบาดเจ็บที่ปอดและการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสูบไอ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2020 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ยืนยันการเสียชีวิต 60 รายในผู้ป่วยผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์หรือการสูบไอการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่ปอด (EVALI)

“ กรณีเหล่านี้ดูเหมือนจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ที่ดัดแปลงอุปกรณ์สูบไอของพวกเขาหรือใช้ของเหลวอิเล็กทรอนิกส์ที่ดัดแปลงในตลาดมืด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์สูบไอที่มี tetrahydrocannabinol (THC)” Blaha อธิบาย

CDC ระบุว่าวิตามินอีอะซิเตตเป็นสารเคมีที่น่ากังวลในหมู่ผู้ที่มี EVALI วิตามินอีอะซิเตตเป็นสารเพิ่มความข้นที่มักใช้ในผลิตภัณฑ์สูบไอ THC และพบได้ในตัวอย่างของเหลวในปอดทั้งหมดของผู้ป่วย EVALI ที่ตรวจโดย CDC

CDC แนะนำให้ประชาชน:

ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สายควันหรือไอระเหยที่มี THC
หลีกเลี่ยงการใช้แหล่งที่มาที่ไม่เป็นทางการเช่นเพื่อนครอบครัวหรือตัวแทนจำหน่ายออนไลน์เพื่อรับอุปกรณ์สูบไอ
ห้ามดัดแปลงหรือเพิ่มสารใด ๆ ลงในอุปกรณ์สูบไอที่ไม่ได้ตั้งใจโดยผู้ผลิต
2: การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสูบไอไม่ดีต่อหัวใจและปอดของคุณ
นิโคตินเป็นตัวแทนหลักในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดาและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และเป็นสารเสพติดอย่างมาก มันทำให้คุณอยากสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและมีอาการถอนถ้าคุณเพิกเฉยต่อความอยาก นิโคตินยังเป็นสารพิษ มันจะเพิ่มความดันโลหิตของคุณและทำให้อะดรีนาลีนพุ่งสูงขึ้นซึ่งจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจวาย

การสูบไอไม่ดีสำหรับคุณหรือไม่? มีหลายสิ่งที่ไม่ทราบเกี่ยวกับการสูบไอรวมถึงสารเคมีชนิดใดที่ประกอบเป็นไอและส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาวอย่างไร “ ผู้คนต้องเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ” บลาฮากล่าว “ ข้อมูลที่เกิดขึ้นใหม่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของโรคปอดเรื้อรังและโรคหอบหืดและความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์สองครั้งกับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมกับโรคหัวใจและหลอดเลือด คุณกำลังเปิดเผยตัวเองกับสารเคมีทุกชนิดที่เรายังไม่เข้าใจและนั่นอาจไม่ปลอดภัย”

3: ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งเสพติดเช่นเดียวกับคนทั่วไป
ทั้งผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดามีนิโคตินซึ่งการวิจัยชี้ให้เห็นว่าอาจทำให้เสพติดได้เช่นเดียวกับเฮโรอีนและโคเคน สิ่งที่แย่ไปกว่านั้น Blaha กล่าวว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากได้รับนิโคตินมากกว่าที่พวกเขาจะได้รับจากผลิตภัณฑ์ยาสูบคุณสามารถซื้อตลับหมึกที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษซึ่งมีความเข้มข้นของนิโคตินสูงกว่าหรือคุณสามารถเพิ่มแรงดันไฟฟ้าของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ได้ การตีสารที่มากขึ้น

เด็กสาวหายใจออกจากปากกา vape
การสูบไอนำไปสู่การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมหรือไม่?
บางครั้งการสูบไอและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการส่งเสริมให้เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้ แต่สิ่งที่ตรงกันข้าม? การสูบไอสามารถนำไปสู่การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นประจำในภายหลังได้หรือไม่?

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสูบไอและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม
4: ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เครื่องมือช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ดีที่สุด
แม้ว่าจะมีการวางตลาดเพื่อช่วยให้คุณเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แต่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้เป็นอุปกรณ์ช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม การศึกษาล่าสุดพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจจะใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกำจัดนิสัยของนิโคตินลงเอยด้วยการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั้งแบบดั้งเดิมและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

ในแง่ของการระบาดของ EVALI CDC แนะนำให้ผู้ใหญ่ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมให้ชั่งน้ำหนักความเสี่ยงและผลประโยชน์และพิจารณาใช้ตัวเลือกการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA

5: คนรุ่นใหม่ติดนิโคติน
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มเยาวชนได้รับความนิยมมากกว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบทั่วไป ในปี 2558 ศัลยแพทย์ทั่วไปของสหรัฐอเมริการายงานว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในหมู่นักเรียนมัธยมปลายเพิ่มขึ้น 900% และผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเยาว์ 40% ไม่เคยสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นประจำ

ในกรณีที่คุณไตร่ตรองว่าจะพยายามเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแสดงว่าคุณอยู่ในสถานะที่ดี ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเกือบ 7 ใน 10 คนระบุว่าจำเป็นต้องหยุด การหยุดสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทำลายอวัยวะทุกส่วนในร่างกายรวมถึงหัวใจของคุณด้วย เกือบ 33% ของอาการป่วยจากโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นผลมาจากการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ใช้แล้ว

บุคคลที่หายใจเอาควันออก

คุณอาจถูกล่อลวงให้ไปใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ (ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ปากกา vape และอุปกรณ์สูบไออื่น ๆ ) เพื่อเป็นแนวทางในการอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดาเป็นการไม่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมด้วยวิธีใด ๆ ไม่ว่าในกรณีใดการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ (เรียกอีกอย่างว่าการสูบไอ) เหมาะสำหรับคุณมากกว่าการใช้ยาสูบหรือไม่? ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้คุณเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่? Michael Blaha, M.D. , M.P.H. หัวหน้าฝ่ายการตรวจทางคลินิกที่ Johns Hopkins Ciccarone Center for the Prevention of Heart Disease ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีเกี่ยวกับการสูบไอ

1: การสูบไอเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ให้ความร้อนนิโคติน (แยกออกจากยาสูบ) สารแต่งกลิ่นและสารประกอบสังเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อสร้างอากาศที่คุณหายใจเข้าไปผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมยาสูบธรรมดามีสารประกอบสังเคราะห์ 7,000 ชนิดซึ่งจำนวนมากเป็นพิษ แม้ว่าเราจะไม่ทราบแน่ชัดว่ามีสารสังเคราะห์อะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ Blaha กล่าวว่า “ไม่มีความแน่นอนที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้รับสารสังเคราะห์ที่เป็นพิษน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป”

ไม่ว่าในกรณีใด ๆ เช่นเดียวกันก็มีบาดแผลที่ปอดและการลุกลามที่เกี่ยวข้องกับการสูบไอ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2020 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้ยืนยันการผ่าน 60 ครั้งในผู้ป่วยที่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์หรือการสูบไอการใช้สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่ปอด (EVALI)

“กรณีเหล่านี้ดูเหมือนจะส่งผลกระทบอย่างท่วมท้นต่อผู้ที่เปลี่ยนอุปกรณ์สูบไอน้ำหรือใช้ของเหลวอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของตลาดเถื่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับไอเทมที่มีส่วนผสมของ tetrahydrocannabinol (THC)

CDC ได้รับการยอมรับว่าการได้รับกรดอะซิติกของสารอาหาร E เป็นสารประกอบของความกังวลในหมู่บุคคลที่มี EVALI Nutrient E กรดอะซิติกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำให้หนาขึ้นซึ่งใช้เป็นประจำในรายการที่สูบไอ THC และพบในตัวอย่างของเหลวในปอดทั้งหมดของผู้ป่วย EVALI ที่ตรวจสอบโดย CDC

CDC แนะนำว่าบุคคล:

พยายามอย่าใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์หรือไอระเหยที่มี THC

พยายามอย่าใช้แหล่งที่มาที่ไม่เป็นทางการเช่นเพื่อนครอบครัวหรือผู้ขายทางออนไลน์เพื่อรับอุปกรณ์สูบไอ

พยายามอย่าปรับหรือเพิ่มสารใด ๆ ลงในอุปกรณ์สูบไอที่ไม่ได้เสนอโดยผู้ผลิต

2: การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสูบไอไม่ดีต่อหัวใจและปอดของคุณ

นิโคตินเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สำคัญทั้งในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมาตรฐานและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และเป็นสารเสพติดอย่างมาก มันทำให้คุณปวดเมื่อยควันและทนกับผลข้างเคียงจากการถอนในกรณีที่คุณมองข้ามความปรารถนา นิโคตินก็เป็นสารอันตรายเช่นกัน มันจะเพิ่มชีพจรของคุณและทำให้อะดรีนาลีนพุ่งสูงขึ้นซึ่งจะสร้างชีพจรของคุณและความน่าจะเป็นของการหายใจล้มเหลว

การสูบไอนั้นแย่มากสำหรับคุณหรือไม่? มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการสูบไอรวมถึงสารสังเคราะห์ชนิดใดประกอบเป็นควันและมีผลต่อคุณภาพชีวิตที่แท้จริงในระยะทางไกลอย่างไร “บุคคลทั่วไปต้องเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอันตรายต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ” บลาฮากล่าว “ข้อมูลที่เกิดขึ้นแนะนำให้เชื่อมโยงกับการติดเชื้อในปอดอย่างต่อเนื่องและโรคหอบหืดและความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ซ้ำสองครั้งกับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมกับโรคหัวใจและหลอดเลือดคุณกำลังนำเสนอตัวเองให้รู้จักกับสารสังเคราะห์ที่หลากหลายซึ่งเรายังไม่เข้าใจและไม่น่าเชื่อถือ .”

3: ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งเสพติดเช่นเดียวกับคนทั่วไป

ทั้งผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดามีนิโคตินซึ่งการตรวจสอบแนะนำว่าอาจทำให้เสพติดได้เช่นเดียวกับเฮโรอีนและโคเคน สิ่งที่น่าเสียใจยิ่งกว่านั้น Blaha กล่าวว่าลูกค้าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากได้รับนิโคตินมากกว่าที่พวกเขาจะได้รับจากยาสูบคุณสามารถซื้อตลับหมึกคุณภาพพิเศษซึ่งมีการรวมตัวกันของนิโคตินที่สูงกว่าหรือคุณสามารถขยายแรงดันไฟฟ้าของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็น ได้รับความนิยมมากขึ้นของสาร

เจ้าหนูตัวน้อยหายใจออกจากปากกา vape

การสูบไอนำไปสู่การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมหรือไม่?

การสูบไอและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นแนวทางในการช่วยให้ผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม ไม่ว่าในกรณีใดไม่ควรพูดถึงสิ่งที่ตรงกันข้าม? การสูบไอสามารถนำไปสู่การสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมาตรฐานในภายหลังได้หรือไม่?

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสูบไอและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม

4: ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เครื่องมือช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ดีที่สุด

แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการโฆษณาเพื่อเป็นแนวทางในการช่วยคุณในการเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แต่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าเป็นอุปกรณ์ระงับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม รายงานอย่างต่อเนื่องพบว่าคนส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกระตุ้นนิสัยชอบนิโคตินทำให้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั้งแบบธรรมดาและผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

อุปกรณ์สายควันเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่งที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่เพื่อสร้างความร้อนและไอน้ำที่มีสารต่างๆเช่นนิโคตินโพรพิลีนไกลคอลกลีเซอรีนสารเติมแต่ง เครื่องปรุงและน้ำเมื่อเปิดเครื่องจะมีไฟสีแดงขึ้นพร้อมกับการทำงานของแบตเตอรี่ ความร้อนทำให้ของเหลวที่บรรจุอยู่ภายในระเหยกลายเป็นควัน เมื่อสูบเข้าไปในปอดร่างกายจะได้รับนิโคตินก่อนที่จะขับออกมา ไม่มีควันจากการเผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จึงไม่มีน้ำมันดินหรือคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งก่อให้เกิดมะเร็งและโรคทางเดินหายใจ

ใครใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นที่นิยมและมีแนวโน้มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ครั้ง โดยเฉพาะในวัยรุ่นผู้ใช้ส่วนใหญ่มีทั้งอดีตผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม และผู้ที่เริ่มหรือทดลองสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมจากสถิติการสำรวจเยาวชนยาสูบแห่งชาติของจำนวนนักเรียน 2 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาในปี 2014 พบว่าในกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นจาก 4.5% เป็น 13 %. และในหมู่นักเรียนมัธยมต้นจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 1.1 เปอร์เซ็นต์เป็น 3.9 เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นสามเท่าภายในหนึ่งปี ในประเทศไทยไม่มีการอนุญาตให้ขายหรือนำเข้าอุปกรณ์สายควัน การลักลอบขายในตลาดมืดเท่านั้นที่ทำให้ยากต่อการรวบรวมข้อมูลทางสถิติ

กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่พบว่าใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือ: จากตัวอย่างชาวอเมริกัน 1,000 คนในแคลิฟอร์เนียที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 1 ปีพบว่าร้อยละ 60 มีแนวโน้มที่จะเลิกสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและลดปริมาณการบริโภคลง แต่ดร. วาเอลอัลเดลามีย์ศาสตราจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมการวิจัยว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์อาจไม่ช่วยเลิกนิสัยการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือปริมาณนิโคตินในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดเดียวกับที่พบในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปและประเด็นนี้ยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

ไม่มีมาตรฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ทำให้ยากที่จะตอบว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างโดยทั่วไปดูเหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา หรืออาจจะดัดแปลงให้ดูแตกต่างกันส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์แบ่งได้เป็น 3 ส่วนคือแบตเตอรี่ (Battery) เครื่องพ่นไอและความร้อน (Atomizer) และตลับหมึก

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จะทำงานได้ไม่เต็มที่หากไม่มีสารละลาย e-liquid (e-juice) ที่อยู่ในตลับจัดเก็บเพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการให้ความร้อนก่อนที่จะระเหยผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้สูบเข้าไป ปอดส่วนผสมที่พบบ่อยที่สุดใน E-Liquid หรือ E-Juice มีดังนี้:

นิโคตินเป็นสารสกัดจากใบยาสูบและเป็นสารเสพติดที่พบได้ทั้งในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป นิโคตินเป็นสิ่งเสพติดในการเสพยาสูบ และจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางความดันโลหิตเพิ่มขึ้นอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดมะเร็งปอดและโรคทางเดินหายใจระดับนิโคตินในผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะคือเปอร์เซ็นต์มิลลิกรัมและระดับความเข้มข้นสูงปานกลางและ ต่ำ.
Propylene Glycol เป็นสารสังเคราะห์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่าปลอดภัยสำหรับใช้ในอาหารยาและเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างไอหรือหมอกสำหรับการแสดงบนเวที แต่เมื่อสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและปอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรังโรคหอบหืดและโรคถุงลมโป่งพอง
กลีเซอรีน (Glycerine) เป็นสารที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น แต่มีรสหวานเล็กน้อยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่าปลอดภัยใช้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อถูกเปลี่ยนเป็นควันหรือไอที่หายใจเข้าไป เช่นเดียวกับโพรพิลีนไกลคอล
เครื่องปรุงรสเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร มีความปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อเปลี่ยนเป็นไอที่รมควันหรือสูดดม ตัวอย่างเช่น Diacetyl ที่พบในเนยข้าวโพดคั่วยังไม่ได้รับการยอมรับ อาจเป็นสาเหตุของปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและปอด
ประเภทผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Type 1 (Cigalike), Type 2 (eGos) และ Type 3 (Mods) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบที่ 1 ที่เรียกว่า Cigalike มีรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งรูปร่างและขนาดคล้ายกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมปกติ แต่จะมีตัวเพิ่มเติมที่สร้างไอและความร้อน
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบที่สองหรือที่เรียกว่า eGos คล้ายกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่กว่าหรือมีรูปร่างที่แตกต่างกันและมีตัวที่สามารถถอดออกได้และเพิ่ม E-Liquid หรือ E-Juice ที่มีระดับนิโคติน หรือรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันด้วยตนเอง
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบที่สามหรือที่เรียกว่า Mods มีลักษณะคล้ายกับ eGos แต่มีขนาดใหญ่กว่า และสามารถปรับแรงดันไฟฟ้าขนาดของเครื่องกำเนิดไอและความร้อนรวมถึงขนาดและปริมาณของ E-Liquid หรือ E-Juice ได้ตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน
ข้อดีของการใช้อุปกรณ์สายควัน

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีข้อดีหลายประการมากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไปเช่นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีควันไหม้เหมือนกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีน้ำมันดินหรือน้ำมันดิน (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์

อุปกรณ์สายควันเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แบตเตอรี่ซึ่งสร้างความร้อนและไอน้ำที่มีสารต่างๆเช่นนิโคตินโพรพิลีนไกลคอลกลีเซอรีนและสารเติมแต่ง เมื่อคุณเปิดเครื่องหอมและน้ำไฟสีแดงจะติดขึ้นเมื่อแบตเตอรี่กำลังทำงาน ความร้อนจะระเหยของเหลวที่อยู่ในนั้นให้กลายเป็นควัน เมื่อส่งไปยังปอดนิโคตินจะถูกปล่อยออกมาก่อนที่จะถูกขับออกไป ไม่มีควันไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จึงไม่มีสารทาร์หรือคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งและโรคทางเดินหายใจ

ผู้ที่ใช้อุปกรณ์สายควัน

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมและทันสมัยมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น นอกจากนี้จากสถิติการสำรวจเยาวชนยาสูบแห่งชาติของนักเรียน 2 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาในปี 2014 ผู้ที่เริ่มหรือทดสอบการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จาก 4.5% เป็น 13% ในนักเรียนมัธยมปลาย เคยทำ. จำนวนนักเรียนมัธยมต้นเพิ่มขึ้นจาก 1.1% เป็น 3.9% และเพิ่มขึ้นสามเท่าภายในหนึ่งปี ไม่มีการอนุญาตให้ขายหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย การลักลอบขายในตลาดมืดเพียงอย่างเดียวทำให้แก้ไขข้อมูลทางสถิติได้ยาก

อีกกลุ่มหนึ่งที่พบว่าใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์คือ: ตัวอย่างชาวอเมริกัน 1,000 คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ทุกวันในแคลิฟอร์เนียเป็นเวลา 1 ปีพบว่า 60% มีแนวโน้มที่จะเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและลดการบริโภคลง อย่างไรก็ตามดร. วาเอลอัลเดรามีศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและมีการศึกษาว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์อาจไม่ช่วยให้เลิกนิสัยการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้ หนึ่งในตัวแปรที่สำคัญคือปริมาณนิโคตินของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสารเสพติดชนิดเดียวกับที่พบในยาสูบแบบดั้งเดิมและยังต้องการการวิจัยเพิ่มเติม

ส่วนประกอบยาสูบอิเล็กทรอนิกส์

ทุกวันนี้ยังไม่มีมาตรฐานการผลิตที่เป็นมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะตอบว่าส่วนผสมคืออะไรและโดยพื้นฐานแล้วดูเหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมธรรมดา ส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ แบตเตอรี่ (แบตเตอรี่) เครื่องพ่นไอน้ำและความร้อน (เครื่องฉีดน้ำ) และตลับหมึก

หากตลับจัดเก็บไม่มีของเหลวอิเล็กทรอนิกส์ (น้ำผลไม้อิเล็กทรอนิกส์) เพื่ออุ่นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้สูบก่อนที่จะระเหยผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จะทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ส่วนผสมที่พบบ่อยที่สุดของ E-Liquid หรือ E-Juice ได้แก่ :

นิโคตินเป็นสารสกัดจากใบยาสูบและเป็นสารเสพติดที่พบในยาสูบทั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์และแบบดั้งเดิม นิโคตินเป็นสิ่งเสพติดในการใช้ยาสูบ และกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจเพิ่มขึ้นและอาจทำให้เกิดมะเร็งปอดและโรคทางเดินหายใจ ปานกลางและต่ำ
โพรพิลีนไกลคอลเป็นสารสังเคราะห์ที่ได้รับการยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าปลอดภัยสำหรับใช้ในอาหารยาและเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนประกอบการสร้างไอน้ำหรือหมอกสำหรับการแสดงบนเวที อย่างไรก็ตามการสัมผัสหรือสูดดมอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและปอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรังโรคหอบหืดและโรคถุงลมโป่งพอง
กลีเซอรีนเป็นสารที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น แต่หวานไปหน่อยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อ้างว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยทั้งในอาหารและยา อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อกลายเป็นควันหรือหายใจไอ เช่นเดียวกับโพรพิลีนไกลคอล
เครื่องปรุงรสเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร มีความปลอดภัยในการรับเข้าสู่ร่างกาย อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ระบุว่าสิ่งนี้มีผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อเปลี่ยนเป็นไอน้ำรมควันหรือสูดดม ตัวอย่างเช่นไดอะซิทิลที่มีอยู่ในเนยข้าวโพดคั่วยังไม่ได้รับการยอมรับ อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและปอด
ประเภทผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตามแบ่งออกเป็นสามประเภท ได้แก่ ประเภท 1 (Cigalike) ประเภท 2 (eGos) และประเภทที่ 3 (Mods) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบแรกที่เรียกว่า Cigalike รูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป อย่างไรก็ตามมีสิ่งอื่นเพิ่มเติมที่ผลิตไอน้ำและความร้อน
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบที่สองหรือที่เรียกว่า eGos มีลักษณะคล้ายยาสูบแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตามมีขนาดใหญ่กว่าหรือมีรูปร่างแตกต่างกันมีร่างกายที่ถอดออกได้และเพิ่มระดับนิโคติน E-liquid หรือ E-juice หรือรสนิยมและกลิ่นที่แตกต่างกันด้วยตนเอง
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบที่สามหรือที่เรียกว่า Mods คล้ายกับ eGos แต่มีขนาดใหญ่กว่า นอกจากนี้แรงดันไฟฟ้าขนาดและขนาดและปริมาณของ E-Liquid หรือ E-Juice สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละคนได้
ประโยชน์ของการใช้อุปกรณ์สายควัน

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีข้อดีมากกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมแบบเดิม ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่เผาไหม้เหมือนผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมทั่วไป ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีน้ำมันดินหรือน้ำมันดินและคาร์บอนมอนอกไซด์

แม้ว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จะมีมานานกว่าทศวรรษแล้ว แต่อัตราการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมกลับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ใช้บ่อยที่สุดในหมู่วัยรุ่นนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายราว 2.1 ล้านคนเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2560 ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ติดไฟได้แบบดั้งเดิม

JUUL อุปกรณ์ vape ยอดนิยมที่มีรสชาติสนุกสนานดูเหมือนแฟลชไดรฟ์และสามารถชาร์จในพอร์ต USB ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษ JUUL ให้นิโคตินในปริมาณสูงทำให้ผลิตภัณฑ์เสพติดได้มาก บริษัท ที่ทำและทำการตลาด JUUL เมื่อเร็ว ๆ นี้มีมูลค่าเกิน 10,000 ล้านดอลลาร์เร็วกว่า บริษัท ใด ๆ รวมถึง Facebook ยอดขาย JUUL คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์

องค์การอาหารและยาประกาศว่าจะปราบปรามไม่เพียง แต่การขายผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้เยาว์อย่างผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึง“ การตลาดที่เป็นมิตรกับเด็กและความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์เหล่านี้” ด้วยเพราะ“ เราเห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ของเยาวชนได้มาถึง สัดส่วนการแพร่ระบาด” และหลังจากความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่ไม่สามารถอธิบายได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ซึ่งเป็นผลมาจากการสูบไอ CDC และ American Medical Association กำลังแสดงความกังวลอย่างจริงจังโดยแนะนำว่าผู้คนควรหลีกเลี่ยงการสูบไอโดยสิ้นเชิง

ครูผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้ปกครองต่างตื่นตระหนกกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมในหมู่คนหนุ่มสาวและพยายามให้ความรู้แก่วัยรุ่นไม่เพียง แต่รวมถึงตัวพวกเขาเองด้วยเพราะทุกอย่างยังใหม่

การสูบไอคืออะไร?
การสูบไอคือการหายใจเข้าและหายใจออกไอที่เกิดจากของเหลวนิโคตินที่ให้ความร้อน (มักเรียกว่า “น้ำผลไม้”) ของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ (ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-cig) ปากกา vape หรือเครื่องพ่นไอส่วนตัว เรียกอีกอย่างว่า JUULing (ออกเสียงว่าอัญมณี)

สิ่งที่เกิดจากการช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและเสพติดอย่างรวดเร็วด้วยสิทธิของตัวเอง Sarper Taskiran, MD, จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่ Child Mind Institute ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของความนิยมในบรรจุภัณฑ์และการโฆษณาเมื่อเร็ว ๆ นี้ “ วัยรุ่นใฝ่หานวัตกรรมและพวกเขาถูกดึงดูดด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและใช้งานง่าย” เขากล่าว “ ดูเหมือนผลิตภัณฑ์ของ Apple”

แม้ว่า บริษัท ที่สูบไอระเหยจะปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าพวกเขาทำการตลาดให้กับคนหนุ่มสาว แต่นักวิจารณ์ก็สังเกตว่าคุณลักษณะดังกล่าวในโฆษณาของพวกเขาเป็นภาพและสีที่ดูอ่อนเยาว์แอนิเมชั่นนักแสดงที่ดูเหมือนจะอายุต่ำกว่า 21 ปีและคำแนะนำว่าการสูบไอทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นและปรับปรุงสถานะทางสังคม

แม้ว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสูบไอดูเหมือนจะรุนแรงน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ติดไฟได้แบบเดิม ๆ (เช่นไม่มีน้ำมันดิน) แต่ก็ยังมีความเสี่ยง

ความเสี่ยงบางประการของการสูบไอ ได้แก่ :

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีนิโคตินในปริมาณสูง ตามเว็บไซต์ของ บริษัท ปริมาณนิโคตินของ JUULpod หนึ่งซองนั้นเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมหนึ่งซอง
เนื่องจากระดับนิโคตินที่สูงเหล่านี้การสูบไอจึงทำให้เสพติดได้มากและวัยรุ่นมีความไวต่อการเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากสมองของพวกเขายังพัฒนาอยู่ซึ่งทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์
การเสพติดอาจส่งผลต่อความสามารถในการโฟกัส Taskiran ได้สังเกตเห็นสิ่งนี้กับวัยรุ่นที่เขาทำงานด้วยซึ่งรายงานว่าการสูบไอในตอนแรกจะเพิ่มความตื่นตัวและความสนใจของพวกเขา แต่ก็พบว่าช่วงความสนใจลดลง ตัวอย่างเช่นนักเรียนคนหนึ่งสามารถทำข้อสอบ ACT แบบฝึกหัดได้ แต่หลังจาก JUUL เป็นเวลาหกเดือน“ ไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้เพราะเธอเริ่มกระหายคิดคำถามไม่ออกและเพิ่งเริ่มอยู่ไม่สุข”
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ที่คล้ายกันมีสารก่อมะเร็งและจากการศึกษาล่าสุดพบว่ามีระดับสารก่อมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปัสสาวะของวัยรุ่นที่สูบไอ
การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าในความเป็นจริงแล้วการสูบไอทำให้เกิดการระคายเคืองในปอดคล้ายกับที่พบในผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและผู้ที่เป็นโรคปอดและทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันที่สำคัญ
มีผู้เสียชีวิตหลายรายและหลายร้อยรายของโรคปอดเกิดจากการสูบไอ ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสาเหตุคือตลับหมึกเถื่อนที่มีน้ำมัน THC หรือ CBD หรือตลับนิโคตินตามกฎหมาย CDC และ American Medical Association กำลังแนะนำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการสูบไอโดยสิ้นเชิงในขณะที่กำลังถูกตรวจสอบ
Taskiran ตั้งข้อสังเกตว่าการสูบไอเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตจึงอาจเพิ่มปัญหาการไหลเวียน วัยรุ่นคนหนึ่งเขาทำงานโดยเริ่มสูบไอและพบว่าเวลาในการว่ายน้ำลดลงเพราะไม่สามารถรักษาอัตราการเต้นของหัวใจที่จำเป็นสำหรับการว่ายน้ำได้อีกต่อไป
เนื่องจากมีกลิ่นเพียงเล็กน้อยผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์จึงง่ายต่อการซ่อนและแม้กระทั่งใช้อย่างระมัดระวังในที่สาธารณะรวมถึงโรงเรียน เด็ก ๆ ยังสูบกัญชาในอัตราที่เพิ่มขึ้นซึ่งนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อสุขภาพของตนเอง

ทำไมพ่อแม่ควรกังวล
ปัญหาอย่างหนึ่งของการสูบไอคือวัยรุ่นได้ยินว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากนักและหลายคนคิดว่าไม่มีอันตรายใด ๆ “ พวกเขาคิดว่าส่วนใหญ่เป็นรสชาติและกำลังสูดดมก๊าซที่น่ารื่นรมย์” ดร. ทาซคีรานกล่าว

การศึกษาหนึ่งในนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 12 พบว่าเด็กที่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม (แต่ไม่เคยสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมาก่อน) มีมากกว่ามีแนวโน้มที่จะ“ หลีกเลี่ยงการรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมเป็นสี่เท่าเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายอย่างมาก” การศึกษาและอื่น ๆ เช่นนี้แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นที่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมีแนวโน้มที่จะเริ่มสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมากขึ้น

บรรจุภัณฑ์ไม่ได้สื่อถึงความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย “ พวกเขาดูน่าหลงใหลมากในแบบที่พวกเขามอง ไม่โปร่งใสเลย กล่าวว่านิโคติน 5% ซึ่งฟังดูเหมือนไม่มีอะไรดังนั้นวัยรุ่นจึงคิดว่า 95% เป็นน้ำหนักของน้ำหรือไอ” ดร. Taskiran เสียใจ

นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมไม่เคยหยุดนิ่ง มันยังคงแสดงให้เห็นในเชิงบวกในภาพยนตร์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง JUUL ได้ปรับแบรนด์ใหม่เพื่อให้การสูบไอเป็นทางเลือกที่เย็นยิ่งขึ้น แต่การสูบไอไม่ได้มีไว้สำหรับเด็ก ๆ เท่านั้นวัยรุ่นหลายคนอยากรู้อยากเห็น (ด้วยรสชาติเช่นมะม่วงแตงกวาและครีมใครจะไม่เป็น?) และโอกาสที่จะนำเสนอจะลองดู

ซาร่าห์แม่ลูกสองคนในเมืองแอนอาร์เบอร์รัฐมิชิแกนรู้สึกตกใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จากครูใหญ่โรงเรียนมัธยมต้นของลูกชายเมื่อวันก่อนทำให้เธอต้องมาหาเขาทันทีเพื่อ “นำตัวออกและพักงานฉุกเฉิน” เขาและเพื่อนอีกสองคนถูกจับได้ว่าสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมในบริเวณโรงเรียนหลังเลิกเรียนและผู้ปกครองที่ผ่านไปมาได้ถ่ายรูปส่งให้ฝ่ายบริหาร

แม้ว่าพวกเขาจะไม่พบอุปกรณ์ใด ๆ บนลูกชายของเธอ – นักเรียน A ตัวตรงที่ไม่มีความผิดมาก่อน แต่โรงเรียนก็เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ อีกมากมาย “ ครูใหญ่รู้ดีว่าการสูบไอเป็นเรื่องธรรมดาและมีการแชร์ว่าธุรกิจในตัวเมืองแอนอาร์เบอร์ขายให้วัยรุ่นโดยไม่ต้องขอรหัส” ซาราห์เล่า “ อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกว่าจำเป็นต้องบอกให้ลูกชายของฉันและเพื่อน ๆ ของเขารู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ”

ที่โรงเรียนแห่งนี้นักเรียนที่ติดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมต้องเซ็นสัญญาพฤติกรรมต้องเข้าชั้นเรียน Teens Using Drugs และไม่สามารถเข้าร่วมในกีฬาชมรมหรือกิจกรรมพิเศษใด ๆ ในช่วงที่เหลือของปี ถ้าเด็ก ๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนไม่ใช่ในบริเวณโรงเรียนก็คงจะเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป แต่ครูใหญ่บอกว่าถ้าพวกเขาอยู่ในโรงเรียนมัธยมมากกว่ามัธยมต้นเธอจะเรียกตำรวจ

ซาร่าห์จำได้ว่าการเป็นวัยรุ่นเป็นอย่างไรจึงไม่คิดว่าการลองทำจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่กังวลเรื่องการเสพติด “ การติดยาเสพติดเกิดขึ้นในครอบครัวของฉันและฉันกังวลเกี่ยวกับลูกชายของฉัน แน่นอนฉันกังวลเกี่ยวกับความเสียหายที่สารเคมีสามารถทำกับปอดและร่างกายของเขาได้เช่นกัน” เธอกล่าว

แม้ว่าสถานที่บางแห่งจะเข้มงวดกับข้อ จำกัด ในท้องถิ่น แต่เด็ก ๆ ก็ยังสามารถไปที่เว็บไซต์ได้คลิกปุ่มที่ระบุว่ามีอายุอย่างน้อย 21 ปีและซื้อทางออนไลน์ “ วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ฉันเห็นกำลังซื้อ JUUL จากอินเทอร์เน็ต” ดร. ทาคีรันกล่าว

วิธีพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับการสูบไอ
ดร. Taskiran แนะนำให้ผู้ปกครองเริ่มต้นด้วยการให้ความรู้แก่ตนเองเพื่อให้พวกเขารู้ว่ากำลังพูดถึงอะไรและใช้แนวทางที่อยากรู้อยากเห็นและอยากรู้อยากเห็นว่าประสบการณ์ของวัยรุ่นคืออะไร “ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้มันเป็นบทสนทนา” เขากล่าว “ ข้อความที่เปิดเผยเช่น ‘มันไม่ดีสำหรับคุณ’ เพียงแค่จบการสนทนา”

Taskiran แนะนำให้เริ่มการสนทนาโดยทั่วไปโดยถามว่ามีเด็กจำนวนมากที่โรงเรียนหรือไม่ เมื่อเริ่มการสนทนาแล้วคุณสามารถค่อยๆถามสิ่งต่างๆเช่น“ คุณมีประสบการณ์อย่างไรกับสิ่งนั้น? รสชาติเป็นอย่างไร” นอกจากนี้เขายังแนะนำให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขารู้ (หรือคิดว่าพวกเขารู้) เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเริ่มให้ความรู้กับพวกเขาได้

ประสบการณ์ของซาราห์กับลูกชายของเธอที่เป็นสีเงินคือการที่เขาบอกพ่อของเขาเกี่ยวกับประสบการณ์นี้ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเขาถูกจับได้ “ พวกเขาคุยกันหนึ่งชั่วโมงเต็มเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากที่ฉันหลับไปแล้ว เขาบอกสามีของฉันว่าเขาลองทำครั้งแรกแล้วมันแสบคอและเขาก็ไม่ชอบ” เธอได้รับโทรศัพท์จากครูใหญ่ในเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนที่ลูกชายของเธอจะมีโอกาสบอกตัวเอง “ เขาเป็นเด็กที่ดีและไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยนอกจากคุยในชั้นเรียนเพราะเขาเบื่อ เป้าหมายของฉันคือการสื่อสารที่เปิดกว้างเสมอและเพื่อให้เขาพูดกับเรา เขาทำ!”

แน่นอนว่าในขณะที่พ่อแม่ต้องให้ความรู้ด้วยตนเอง แต่ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่พวกเขาทั้งหมด “ โรงเรียนจำเป็นต้องเป็นเจ้าของสิ่งนี้เช่นกันและจัดหากลยุทธ์ทางการศึกษาให้กับทั้งครูและนักเรียน” ดร. ทาสตีรันกล่าว การป้องกันทำได้ง่ายกว่าการรักษาในภายหลังเขากล่าวและตั้งข้อสังเกตว่าการศึกษาแบบเพื่อนสามารถมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง

หากคุณกังวลว่าบุตรหลานของคุณติดยาเสพติดมีทางเลือกในการรักษามากมาย Taskiran แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการบำบัดอาการติดยาเสพติด “ นี่คือการติดนิโคตินอย่างแท้จริง” เขากล่าว “ คนทั่วไปมักคิดว่าสิ่งนี้แตกต่างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม แต่อาจรุนแรงกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม”

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีมานานกว่าทศวรรษแล้ว แต่อัตราการหายใจของไอน้ำเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ใช้บ่อยที่สุดในหมู่วัยรุ่นโดยมีนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายประมาณ 2.1 ล้านคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2560 ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมไวไฟทั่วไป ฉัน.

อุปกรณ์โค้งยอดนิยมที่มีรสชาติสนุกสนาน JUUL ดูเหมือนแฟลชไดรฟ์และเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นพิเศษเพราะสามารถชาร์จผ่านพอร์ต USB ได้ JUUL ให้นิโคตินในระดับสูงและทำให้ผลิตภัณฑ์เสพติดได้มาก บริษัท ที่ผลิตและจำหน่าย JUUL เมื่อเร็ว ๆ นี้มีมูลค่าทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์เร็วกว่า บริษัท อื่น ๆ รวมถึง Facebook ปัจจุบันยอดขายของ JUUL คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดยาสูบอิเล็กทรอนิกส์

องค์การอาหารและยาไม่เพียง แต่ขายผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้เยาว์อย่างผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “ความชุกของการใช้ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ของคนหนุ่มสาวด้วย” และหลังจากการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่ไม่สามารถอธิบายได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ CDC และสหรัฐอเมริกา แพทยสมาคมได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังและแนะนำว่าประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสูบไอโดยสิ้นเชิง

ครูผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และผู้ปกครองได้เตือนว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่และพยายามให้ความรู้แก่ตัวเองและวัยรุ่น

การสูบไอคืออะไร?
การสูบไอคือการหายใจเข้าและหายใจออกไอน้ำที่ผลิตโดยผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์ (ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์หรือผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์) ปากกา vape หรือสารละลายนิโคตินที่ให้ความร้อน (มักเรียกว่า “น้ำผลไม้”) ในเครื่องพ่นไอส่วนตัว .. เรียกอีกอย่างว่า JUULing

สิ่งที่เริ่มต้นจากการช่วยเลิกผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมกลายเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและเสพติดอย่างรวดเร็ว Sarper Taskiran, MD, จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่ Childmind Institute เชื่อว่าบรรจุภัณฑ์และการโฆษณาทำให้ทุกวันนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น “ วัยรุ่นกำลังมองหานวัตกรรมและหลงใหลในการออกแบบที่ซับซ้อนและใช้งานง่าย” เขากล่าว “ดูเหมือนผลิตภัณฑ์ของ Apple”

ในขณะที่ บริษัท ที่สูบไอระเหยปฏิเสธการทำการตลาดให้กับคนหนุ่มสาวอย่างมากนักวิจารณ์กล่าวว่าภาพและสีที่อ่อนเยาว์ภาพเคลื่อนไหวนักแสดงอายุต่ำกว่า 21 ปีคำแนะนำว่าการสูบไอจะทำให้คุณมีความสุขและปรับปรุงสถานะทางสังคมของคุณ , เราให้ความสำคัญกับลักษณะของการโฆษณา

ความเสี่ยงต่อสุขภาพบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการหายใจไอน้ำดูเหมือนจะร้ายแรงน้อยกว่ายาสูบติดไฟแบบดั้งเดิม (เช่นไม่มีน้ำมันดิน) แต่ก็ยังมีความเสี่ยง

ความเสี่ยงบางประการของการสูบไอ ได้แก่ :

ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์มีนิโคตินในปริมาณสูง ตามเว็บไซต์ของ บริษัท ปริมาณนิโคตินของ JUULpod หนึ่งซองนั้นเทียบเท่ากับยาสูบหนึ่งซอง
เนื่องจากระดับนิโคตินที่สูงเหล่านี้การสูบไอจึงทำให้เสพติดได้มากและวัยรุ่นก็ติดยาเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากสมองของพวกเขายังพัฒนาอยู่จึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาใช้ยาและแอลกอฮอล์ ชินกับมัน.
การเสพติดสามารถส่งผลต่อสมาธิ Taskiran สังเกตเห็นสิ่งนี้ในชายหนุ่มที่เขาทำงานด้วย พวกเขารายงานว่าในตอนแรกการสูบไอเพิ่มความตื่นตัวและความตื่นตัว แต่จากนั้นความตื่นตัวก็ลดลง ตัวอย่างเช่นนักเรียนคนหนึ่งสามารถทำข้อสอบจำลองสำหรับ ACT ได้ แต่หลังจากทำ JUUL เป็นเวลาหกเดือนเขากล่าวว่า “เธอเริ่มกระหายน้ำคิดคำถามไม่ออกและเริ่มอยู่ไม่สุขเธอจึงนั่งนิ่ง ๆ ฉันทำไม่ได้”
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ที่คล้ายกันมีสารก่อมะเร็งและการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับของสารก่อมะเร็งในปัสสาวะของวัยรุ่นที่หายใจด้วยไอน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ..
จากผลการศึกษาพบว่าการสูบไอทำให้ปอดอักเสบคล้ายกับที่พบในผู้สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและผู้ที่เป็นโรคปอดซึ่งทำลายเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันที่สำคัญ
มีผู้เสียชีวิตหลายรายและหลายร้อยรายด้วยโรคปอดที่เกิดจากการสูบไอ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นตลับหมึกละเมิดลิขสิทธิ์ที่มี THC หรือ CBD หรือตลับนิโคตินที่ถูกต้องตามกฎหมาย CDC และ American Medical Association แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสูบไอโดยสิ้นเชิงในขณะที่กำลังถูกตรวจสอบ
Taskiran ระบุว่าการสูบไอทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตสูงขึ้นซึ่งอาจเพิ่มปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด วัยรุ่นที่เขาทำงานด้วยสังเกตเห็นว่าเวลาในการว่ายน้ำของเขาลดลงเพราะเขาเริ่มสูบไอและไม่สามารถรักษาอัตราการเต้นของหัวใจที่จำเป็นสำหรับการว่ายน้ำได้
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอิเล็กทรอนิกส์แทบไม่มีกลิ่นดังนั้นจึงง่ายต่อการซ่อนและสามารถใช้งานได้อย่างไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเช่นโรงเรียน เด็ก ๆ ยังสูบกัญชามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของตนเอง

ทำไมพ่อแม่ต้องกังวล
ปัญหาอย่างหนึ่งของการสูบไอคือวัยรุ่นเคยได้ยินว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมไม่ได้เลวร้ายเท่ากับการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและหลายคนเชื่อว่าการสูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมนั้นไม่เป็นอันตราย “ พวกเขาคิดว่าส่วนใหญ่ปรุงรสและสูดดมก๊าซที่น่ารื่นรมย์” ดร. ทาซิลันกล่าว

การศึกษาเกรด 12 พบว่ามีเด็กที่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมากขึ้น (ก่อนหน้านี้ไม่สูบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม)

Several months ago, the Centers for Disease Control and Prevention (CDC) advised people to avoid e-cigarettes while federal and state officials investigate an ongoing nationwide outbreak of severe lung injuries associated with the use of e-cigarette, or vaping, products.

Even though the agency announced that vitamin E acetate (an ingredient added to some THC products) appears associated with this vaping-related illness, officials stressed that their findings remain inconclusive, and more than one chemical could be contributing to lung damage. With no single cause yet identified, the agency continues to double down on its cautionary advice.

“E-cigarette use is never safe for youth, young adults, or pregnant women,” said CDC’s Dana Meaney-Delman, MD, who is leading the agency’s response to the outbreak, which emerged this past summer. The CDC further warns against using any vaping products that contain THC; buying devices from “informal sources, including friends and family” and modifying or adding substances to e-cigarettes. For adults using the devices to quit smoking, the advice is to “weigh all risks and benefits and consider using FDA-approved nicotine replacement therapies.”

Since that time, federal and state officials have reported thousands of cases and dozens of deaths related to a newly identified lung disease that the CDC has named EVALI (the acronym stands for e-cigarette or vaping product use-associated lung injury).

Patients affected by the disease have symptoms ranging from cough, chest pain, and shortness of breath to fatigue, vomiting, diarrhea, weight loss, and fever.

As part of their investigations, Food and Drug Administration (FDA) and state health officials have analyzed samples of vaping products that patients treated for EVALI have provided in order to find a possible culprit of the disease. Most of the products have contained THC (the high-inducing compound in marijuana), according to the FDA. Federal and state lab tests have also found vitamin E acetate and other oil compounds in vaping products.

Even if or when a potential cause is identified, Mitch Zeller, director of FDA’s Center for Tobacco Products, cautioned that it will be only “one piece of the puzzle…and it makes all of our ongoing work that much more critical.”

In the meantime, a study found that people who use only e-cigarettes increase their risk of developing lung disease by about 30% compared with nonusers. At the same time, the risk of being diagnosed with lung disease—which includes chronic bronchitis, emphysema, asthma, or chronic obstructive pulmonary disease (COPD)—was highest among adults who smoke cigarettes and vape, according to the researchers, who tracked study participants over three years.

Last year, the U.S. Surgeon General’s office began the work of awareness when the nation’s doctor, Jerome Adams, MD, issued a warning that vaping among youth has reached epidemic levels.

The numbers are shocking. More than 5 million middle and high school students currently use e-cigarettes, according to the 2019 National Youth Tobacco Study (NYTS), up from more than 3.6 million last year.

Another study this year found that the rates of youth who say they vaped with nicotine in the past month more than doubled in two years. About 11 percent of high school seniors reported this habit in 2017, compared to 25 percent, or one in four seniors, in 2019. Among eighth-graders, the numbers jumped from 3.5 percent to 9 percent. The worrying part? Young people think vaping is mostly harmless.

To understand vaping, it’s best to start on broad terms. To vape is to inhale vapor created from a liquid heated up inside a device. From there, things quickly get complicated. The devices have many names—vape pens, pod mods, tanks, electronic nicotine delivery devices (ENDS), e-hookahs and e-cigarettes. The liquid they contain also has many monikers—it might be called e-juice, e-liquid, cartridges, pods, or oil. Most vape liquids contain a combination of propylene glycol or glycerol—also called glycerin—as a base, and nicotine, THC, or flavoring chemicals to produce common or outlandish flavors, from mint to “unicorn puke.” The devices rely on batteries to power heating elements made of various materials that aerosolize the liquid.

What’s more, the San Francisco-based company that sells Juuls offers vape liquid made from nicotine salts found in loose-leaf tobacco instead of the traditional free-base nicotine found in most e-cigarette liquid. This may allow the user to experience a higher—and more addictive—concentration of nicotine, according to an article in The New England Journal of Medicine.

Responding to a public outrage of the popularity of Juul’s flavored vaping pods among youth, the company in November announced it would stop selling its mint-flavored pods, which made up about 70 percent of its sales, according to news reports. Before this, Juul had already halted sales of its other flavored pods, including crème brulee, mango, and cucumber, to retailers and online.

Juul also faces a lawsuit filed by a former senior executive employee who alleges that the company did not recall or warn consumers about 1 million potentially contaminated pods it released for sale.

Problems even before EVALI outbreak

Since e-cigarettes arrived in the U.S. in 2007, they have been investigated by addiction researchers as possible cessation devices for adults trying to quit combustible, or regular, cigarettes. The FDA lists 93 harmful or potentially harmful chemicals found in regular cigarettes, and the National Cancer Institute (NCI) describes cigarettes as having more than 7,000 chemicals in them. Because e-cigarettes contain fewer chemicals the industry has presented them as a healthier alternative to regular cigarettes. But vape liquids can still contain nicotine, a highly addictive drug.

And on one point, Yale health researchers who study the health effects of vaping and e-cigarettes agree: Vape devices have not been proven to help adult smokers quit smoking. Moreover, vaping increases the risk a teen will smoke regular cigarettes later.

“The addiction to nicotine and later conversion to (or dual use with) regular cigarettes are the greatest concerns,” says Roy S. Herbst, MD, Yale Medicine’s chief of medical oncology at Yale Cancer Center. He points to two heavyweight organizations, the American Society of Clinical Oncology (ASCO) and the American Association for Cancer Research (AACR), that have issued statements that vaping could be harmful to youth. (Dr. Herbst chairs the AACR Tobacco & Cancer Subcommittee that led the development of the statement.)

The popularity of Juul is worrying to addiction researchers. Juuls arrived late to the e-cigarette market in 2015, about eight years after vaping devices first began appearing here. But the company, called Juul Labs, quickly surged ahead of competitors. Sleek and slim, with an appearance that mirrors a flash drive, Juul remains the vaping tool of choice among high school students, according to this year’s NYTS data.

Teens even morphed the brand into a verb—juuling—according to widespread news coverage chronicling its rise. “When we ask teens about their vaping or e-cig habits, they don’t even consider juuling to be part of that,” says Suchitra Krishnan-Sarin, PhD, co-leader of the Yale Tobacco Center for Regulatory Science, one of nine centers in the country currently funded by the National Institutes of Health (NIH) and the FDA to foster tobacco regulatory research.

Juul and other vape manufacturers, including Vuse, MarkTen XL, blu, and Logic, came under scrutiny by the FDA for marketing and sales practices that seemed aimed at teens and young adults, according to an announcement the FDA released in September 2018. At the time, the agency asked the companies to submit plans on how they planned to address widespread youth access and use of their products.

“We cannot allow a whole new generation to become addicted to nicotine,” former FDA Commissioner Scott Gottlieb, MD, said in the release.

While it’s possible to buy liquid without nicotine for some e-cigarettes, it’s not possible to do so with popular pod mod devices. According to Juul’s website—in a description that has since been taken down—a single Juulpod contains 40 mg of nicotine, which is similar to “the nicotine yield of a pack of cigarettes.” (The company also sells Juulpods with approximately 23 mg of nicotine.) But researchers explain that it’s difficult to describe a single pod as a “serving.” A person might consume one pod in a week, while another may take only one day.

A stubborn trend

When potentially risky behaviors experience an uptick in popularity, health researchers are never far behind—gathering data. A Yale study last year found that, among students at three Connecticut public schools, those who used e-cigarettes were more likely to smoke regular cigarettes in the future.

Krishnan-Sarin points to progress that has been made—finally—in recent years to reduce regular cigarette smoking rates among young adults. In her opinion, the significant decline is due to the success of large-scale public health campaigns and a general awareness among youth that cigarettes are harmful to health.

She is concerned that most teens who vape with nicotine don’t know the drug can be damaging to their development. “We have a lot of evidence showing that the adolescent brain is extremely sensitive to the effects of nicotine,” she says, adding that the brain doesn’t stop growing until around age 25. “Studies have shown us that nicotine can interfere with memory and attention processing.”

In his imaging studies of adults who use e-cigarettes, Stephen Baldassarri, MD, an internist at Yale Medicine, has begun to gather information on the factors that influence nicotine delivery from e-cigarettes and whether vaping promotes cessation from conventional cigarette smoking. Teens cannot participate in such studies, but “we all agree that e-cigs are not a good thing for youth and nonsmokers,” Dr. Baldassarri says.

How to talk to your kids

Probably the worst thing a parent could do for their child would be to buy an e-cigarette under the misconception that this might prevent them from smoking regular cigarettes, Krishnan-Sarin says. She encourages parents to talk openly and freely about vaping—with the caveat that they provide accurate information. “I think the problem is that parents lose credibility if they say something to try and convince their child, who then finds out that it isn’t true,” she says.

“Parents should base their information on accurate facts and also encourage their children to read about and understand the science on this issue instead of relying on what their friends and peers tell them.”

Dr. Baldassarri suggests explaining the addictive nature of vaping, which would mess with the one thing teens crave the most: independence. “In some ways, when you get addicted to a drug, it’s like losing your freedom of choice,” he says. “The risk of losing that freedom might be a persuasive message for kids.”

Deepa Camenga, MD, a pediatrician who is board-certified in addiction medicine, says it’s never too early to begin talking about e-cigarettes in age-appropriate language. “When you are out and about with your children and see an advertisement, for example, take the opportunity to talk about it,” she says. As they grow older, parents can expand on their thoughts and expectations. “It’s also important to give teens and young adults the space to ask questions,” she says.

Patrick O’Connor, MD, Yale Medicine’s chief of general internal medicine, who has dedicated his career to researching opioid and alcohol drug abuse, points to similarities between epidemic cigarette use in the 1940s and 50s, and e-cigarette use now.

Even as evidence accumulated on the link between lung cancer and cigarette use, doctors didn’t always take time to talk to patients about those risks, he says. “I think it’s a major responsibility of physicians, family medicine doctors, pediatricians, and adolescent medicine practitioners. One of the big deficits in medical education has been to prepare medical students to address these issues with their patients, ask them about their use of these substances, and advise them on the risks,” Dr. O’Connor says. “This is as true for e-cigarette use and vaping as it is for alcohol and other drug use.”

What may be the most important message of all is that e-cigarettes and vaping come with many health unknowns, Dr. O’Connor adds. “You see plumes of what looks like steam coming out of people’s mouths on the street when they are vaping, and I think they assume it’s mostly safe, mostly water. But these liquids used in vaping are filled with all kinds of stuff [like nicotine, marijuana, flavoring agents, chemicals], and we don’t always know what else is in there,” he says.

Surgeon General Adams echoed these concerns in his news conference following the release of his advisory: “Studies show that youth, like my son, have no clue what’s in these products most of the time.”

Months after the release of the advisory, Yale researchers found that byproducts, called acetals, form when flavoring agents mix with solvents in the liquid. It is not yet known if this has negative effects on the body, but Sven-Eric Jordt, PhD, one of the study’s authors, says he hopes that the FDA will begin to study the short- and long-term effects of inhaled acetals.

But parents shouldn’t wait for government regulations and monitoring to catch up with this disturbing trend, says Richard Martinello, MD, an infectious disease specialist who has treated EVALI patients.

“Kids are smart. They do make good decisions and while it may not seem like it at times, they do listen,” Dr. Martinello says. “It’s critical that they hear from parents and other loved ones about the dangers of vaping. They may not hear this from their friends.”

The safety and long-term health effects of using e-cigarettes or other vaping products still aren’t well known. In September 2019, federal and state health authorities began investigating an outbreak of a severe lung disease associated with e-cigarettes and other vaping products. We’re closely monitoring the situation and will update our content as soon as more information is available.

Many people believe that vaping is safer than smoking, while others think that it is an effective tool to quit smoking.

However, vaping carries several dangers, both for the person using it and the people around them.

If a person is considering the use of e-cigarettes or vaping to help them quit smoking or because they want to follow a trend, it is essential to understand what vaping entails and its health risks.

Keep reading to learn more about the types of vaping, and the various health risks that it carries.

Is vaping dangerous?
The long-term consequences of vaping are unknown.
Though vaping may eliminate some of the threats that come from inhaling smoke, it is not without its risks and health concerns.

The National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine presented 47 conclusions about vaping, most of which are negative. The few positive findings revolve around the idea that if a person eliminates the use of combustible cigarettes, they will reduce their exposure to smoke-related carcinogens.

However, there is a lot of strong evidence that reinforces the negative aspects of vaping, such as:

developing a dependency on vaping
intentionally or unintentionally drinking the fluid, which can be toxic and fatal
devices, particularly those that are modified or of poor quality, have a risk of exploding, which can cause burns or projectiles
vaping devices can release toxins in addition to nicotine
However, the long-term consequences of vaping generally remain unknown. This is because vaping devices are relatively new to the market, and researchers have not had sufficient time to study the long-term effects thoroughly.

Learn more about the risks and benefits of e-cigarettes here.

Types
There are several different types of vaping devices. The type a person uses often depends on personal preference, but there are some notable differences between types.

According to the Center on Addictions, there are three types of vaping devices, categorized as first, second, and third generation devices.

First generation
The first generation vaping devices are:

minis
electronic cigarettes
cig-a-likes
These devices are similar to cigarettes in appearance and come in disposable and rechargeable forms. They are generally the least expensive option for people who vape.

Second generation
The second generation vaping devices are:

mid-sized e-hookah
vape pens
Second generation vaping devices look more like pens than cigarettes. They are available in disposable or rechargeable forms and come with a refillable e-liquid canister. E-liquid for second generation vapes is available in a range of flavors.

Third generation
The third generation contains several types of vaping device, including:

Mechanical Modified Nicotine Delivery Systems (MODs)
vape MODs or personal vaporizer
electronic hookah
JUUL (resembles a flash drive)
The third generation of devices typically:

have a longer battery life
have options for different flavored liquids
have a longer battery life
have modification options
are primarily rechargeable
deliver more nicotine
Some liquid refills contain nicotine in varying amounts, while others may be nicotine-free. Modifications in third generation devices allow people to add additional products to their e-liquid.

The liquids also come in a variety of flavors. Some taste like cigarettes, while others may have a minty or fruity flavor.

Health risks
Vaping can have several potential adverse effects on a person’s body, including the heart, lungs, teeth, and gums.

The heart
A recent review indicated that vaping could cause problems with a person’s heart, lungs, and circulation. The evidence suggests that e-cigarettes release toxins that can cause harm. However, the researchers indicate that further research is needed to determine the long-term effects of vaping.

One 2019 study found that there was no connection between vaping and heart disease. However, the researchers did indicate that anyone who uses either traditional cigarettes or vaping devices are at an increased risk of developing heart disease.

Another 2019 study looking at the same data found an association between vaping and an increased risk of heart attack, heart disease, stroke, or angina.

Researchers working on a study in 2018 had similar findings. They found that vaping leads to an increased risk of heart attack regardless of the user’s other lifestyle choices.

Further research into the safety of vaping is required to determine the relationship between vaping and the heart. Most researchers do agree that vaping is still safer for the heart than smoking, but vaping still presents risks.

The lungs
Overall, vaping may be better for a person’s lungs than smoking cigarettes. However, researchers must carry out further studies to identify the short- and long-term effects vaping has on lung health. The evidence so far is mixed.

One small study published in 2019 found that there was no significant increase in risk to lung health between people who only vaped and those that neither smoke nor vape.

A 2018 study indicated that there is some evidence that vaping can affect the circulatory system. However, the authors suggest that more research is needed to determine vaping’s effect on lung health.

However, a 2018 study using rats found that e-cigarettes are just as bad for the lungs as smoking and that long-term exposure has the potential to cause significant lung damage. Researchers did state, however, that they only studied one type of e-cigarette.

Teeth and gum health
Vaping may cause issues with teeth and gum health. Several studies have indicated that vaping can irritate the gums and throat and may make a person more prone to tooth decay.

For example, a study in 2016 found that people who vaped have an increased risk of developing periodontal diseases.

A 2014 review that analyzed 44 articles on the effects of vaping on health also found that vaping can irritate the gums and throat.

A further study from 2018 found that vaping with sweet flavored liquids increases the likelihood that a person may develop tooth decay due to increased bacterial growth.

What to avoid
A person should not use vaping as a means to quit smoking. The American Heart Association (AHA) recommend that anyone who is trying to quit smoking should use a proven method to improve chances of success.

The AHA also recommend that people who do not smoke should not start vaping. This is particularly true for people who are pregnant and children.

People should also avoid modifying their vaporizers. Modifications can lead to burns and possible explosions.

People should not use liquids that the manufacturer does not recommend. Also, people should avoid drinking or coming into contact with the liquid that vaping sevices contain.

Smoking vs. vaping
Most preliminary research seems to indicate that smoking carries more significant risks than vaping. However, some studies have found it to be equally harmful.

It is important to remember that research into the health effects of vaping is still ongoing. Researchers might identify additional short- and long-term health concerns relating to vaping in the years to come.

Vaping marijuana
The situation regarding vaping marijuana has similarities to that of vaping nicotine-based products. There is not enough research to form any firm conclusions about the safety of vaping marijuana, and the research that currently exists is polarizing.

However, one article discussing early research indicates that vaping cannabis is less harmful than smoking it. So, while it isn’t without risk, it could be an improvement to smoking marijuana. As before, researchers must carry out further studies.

A 2017 study looked at a case where a man who had never smoked a cigarette entered the hospital with a severe acute lung injury following years of vaping marijuana. However, results remain inconclusive. Researchers state that their primary reason for laying the blame on the vaping of marijuana was because they were unable to identify any other plausible cause.

It is important to note that the researchers think these adverse effects stem from chemicals that manufacturers use to extract active ingredients from raw marijuana when creating the cannabis oil used in vaping devices.

Summary
Vaping is not necessarily a safe alternative to smoking.

Though many researchers agree that smoking is likely worse for a person’s health than vaping, research is still in its infancy. There is, however, growing evidence that vaping may have equally ill effects on the heart, lungs, and mouth.

Additional research is required to determine the long- and short-term effects of vaping.

People who are pregnant, people looking to quit smoking, and children, should not vape.

Everyone should exercise caution before starting to vape.

Go to Top